
หลายคนเริ่มสงสัย บิทคอยน์ตอนนี้ถึงจุดต่ำสุดแล้วรึยัง !
หลายสถาบันก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ทั้ง Standard Chartered, Galaxy Research, Hilbert Capital หรือแม้แต่ Bitwise ต่างก็มีมุมที่ต่างกัน บางทีคำถามอาจไม่ใช่ “จุดต่ำสุด” แต่อยู่ที่ “เมื่อไหร่” บิทคอยน์จะกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่ดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลกมากกว่า !!
Bitcoin ถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง ? นักวิเคราะห์ยังเสียงแตก
Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด โดยแม้ราคาจะปรับตัวลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดของวัฏจักรนี้ แต่นักวิเคราะห์ยังมีความเห็นแตกต่างกันว่า Bitcoin ได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบแล้วหรือยัง??
ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่บริเวณ 64,000 ดอลลาร์ หลังจากเคยทำสถิติสูงสุดเหนือ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 โดยการปรับขึ้นในช่วงนั้นได้รับแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน ETF แรงส่งหลังการ Halving และความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง นักวิเคราะห์เริ่มแบ่งออกเป็นสองมุมมอง
ฝั่งที่มีมุมมองเชิงบวก เช่น Standard Chartered เชื่อว่า Bitcoin อาจทำจุดต่ำสุดของรอบไปแล้ว โดยมองว่าความต้องการจากกองทุน ETF บริษัทที่สะสม Bitcoin และกระแสเงินทุนระยะยาว จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงลึกกว่านี้
ขณะที่ Galaxy Research ระบุว่า สัญญาณของวัฏจักรตลาดแบบดั้งเดิมยังไม่รีเซ็ตอย่างสมบูรณ์ ทำให้ยังไม่สามารถตัดความเสี่ยงที่ Bitcoin จะปรับตัวลงต่อได้
Russell Thompson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Hilbert Capital มองว่า Bitcoin ยังอยู่ในช่วงขาลง และอาจกลับไปทดสอบแนวรับบริเวณ 56,000-52,000 ดอลลาร์ ก่อนมีโอกาสอ่อนตัวลงสู่ช่วง 40,000-45,000 ดอลลาร์ โดยประเมินว่าจุดต่ำสุดของรอบอาจเกิดขึ้นราวเดือนตุลาคม 2026 แม้จะยอมรับว่าการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือการผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act อาจทำให้จุดต่ำสุดเกิดเร็วกว่าคาด
ด้าน Citibank ได้ปรับลดเป้าหมายราคา Bitcoin ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจาก 112,000 ดอลลาร์ เหลือ 82,000 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่า Bitcoin มีความเชื่อมโยงกับสินทรัพย์เสี่ยงและสภาพคล่องของตลาดการเงินมากขึ้น
ขณะที่ André Dragosch หัวหน้าฝ่ายวิจัยยุโรปของ Bitwise มองว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงปลายของตลาดหมี และสัญญาณหลายตัวสะท้อนว่าแรงขายเริ่มอ่อนแรง แม้เขาจะยังไม่เชื่อว่าราคาทำจุดต่ำสุดสุดท้ายแล้วก็ตาม พร้อมมองว่าความเสี่ยงด้านขาลงเริ่มจำกัด และ Bitcoin อาจให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นกลุ่ม AI หากภาวะเศรษฐกิจมหภาคมีเสถียรภาพมากขึ้น
ด้าน Dean Chen นักวิเคราะห์จาก Bitunix Exchange มองว่า การวิเคราะห์วัฏจักรของ Bitcoin จำเป็นต้องเปลี่ยนไป เนื่องจากปัจจุบัน Bitcoin ต้องแข่งขันกับธีมการลงทุนอื่น ๆ เช่น AI และตลาดหุ้น เพื่อดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลก อีกทั้งตลาดอนุพันธ์ยังมีบทบาทต่อการกำหนดราคามากขึ้น ทำให้ Bitcoin อาจไม่สร้างจุดต่ำสุดแบบ V-Shape เหมือนในอดีต แต่ใช้เวลาสร้างฐานราคาเป็นระยะเวลานานกว่า
*ยุค Never Sell จบแล้ว? Strategy ขาย Bitcoin อีกล็อต
Bitcoin ปรับตัวลง หลังบริษัท Strategy Inc. ของ Michael Saylor ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่อ MicroStrategy เปิดเผยว่า บริษัทได้ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 BTC มูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 5 กรกฎาคม 2026
ตามเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล การขาย Bitcoin ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายผลตอบแทนให้กับหุ้นบุริมสิทธิแบบ Perpetual Preferred Stock ของบริษัท และหลังการทำธุรกรรมดังกล่าว Strategy ยังคงถือครอง Bitcoin อยู่ที่ 843,775 BTC โดยในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทยังคงมีเงินสดสำรองอยู่ที่ 2.55 พันล้านดอลลาร์
การขาย Bitcoin ของ Strategy ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวล เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทของ Michael Saylor ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญของตลาด Bitcoin และมีภาพลักษณ์ของการถือครองระยะยาวอย่างแข็งแกร่ง
และแม้การขาย Bitcoin มูลค่า 216 ล้านดอลลาร์จะคิดเป็นเพียงสัดส่วนเล็กมากเมื่อเทียบกับ Bitcoin ทั้งหมดที่บริษัทถืออยู่ แต่การนำ Bitcoin ออกขายเพื่อรองรับภาระผูกพันทางการเงินตามปกติของบริษัท อาจส่งสัญญาณต่อตลาดว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นสินทรัพย์สำรองที่ไม่สามารถแตะต้องได้อีกต่อไป
ก่อนหน้านี้ Strategy ได้สร้างโครงสร้างเงินทุนขนาดใหญ่ผ่านการออกหุ้นบุริมสิทธิแบบ Perpetual Preferred Stock เพื่อนำเงินไปซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หุ้นบุริมสิทธิดังกล่าวมีภาระในการจ่ายผลตอบแทนเป็นประจำ และการใช้ Bitcoin เพื่อจ่ายผลตอบแทนให้กับหุ้นบุริมสิทธิครั้งนี้ อาจกลายเป็นแบบอย่างที่ทำให้เทรดเดอร์คาดว่า Strategy อาจขาย Bitcoin เป็นระยะ เพื่อรองรับภาระของเครื่องมือทางการเงินที่บริษัทออกไว้
บางทียุค “Never Sell” ของ Strategy อาจสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 หลังบริษัทประกาศกรอบ Digital Credit Capital Framework ซึ่งอนุญาตให้บริษัทสามารถขาย Bitcoin ได้สูงสุด 1.25 พันล้านดอลลาร์ ก็เป็นได
*คนเยอรมัน 50 ล้านคน กำลังซื้อ Bitcoin ผ่านธนาคารได้!!
กลุ่มธนาคารออมทรัพย์และธนาคารสหกรณ์ของเยอรมนีเตรียมเปิดให้บริการซื้อขายคริปโทฯ แก่ลูกค้ารายย่อย โดยนำบริการดังกล่าวเข้าไปอยู่ในแอปพลิเคชันของธนาคาร ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ลูกค้ากว่า 50 ล้านรายของกลุ่ม Sparkassen สามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้
จากรายงานของ Bloomberg ระบุว่า ทั้งกลุ่ม Sparkassen และกลุ่มธนาคารสหกรณ์ ซึ่งรวมกันมีฐานลูกค้ากว่า 80 ล้านบัญชีจากประชากรทั้งประเทศประมาณ 84 ล้านคน เลือกพัฒนาระบบซื้อขายคริปโทฯ ภายในองค์กร แทนการส่งลูกค้าไปใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มภายนอก
และปัจจุบันแพลตฟอร์ม meinKrypto ของ DZ Bank เปิดให้บริการผ่านแอป VR Banking แล้ว โดยรองรับการซื้อขาย Bitcoin, Ethereum, Litecoin และ Cardano หลังได้รับใบอนุญาตจาก BaFin ภายใต้กฎหมาย MiCA ของสหภาพยุโรปเมื่อปลายปี 2025 ขณะที่ Boerse Stuttgart Digital ทำหน้าที่เป็นผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล
ด้าน DekaBank ก็กำลังพัฒนาบริการลักษณะเดียวกันสำหรับธนาคารออมทรัพย์ราว 340 แห่ง และมีแผนทยอยเปิดให้บริการภายในปีนี้ โดยแต่ละธนาคารสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะเข้าร่วมให้บริการหรือไม่
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะเมื่อ 4 ปีก่อน ทั้งกลุ่มธนาคารออมทรัพย์และธนาคารสหกรณ์เคยมองว่าคริปโทฯ เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป ก่อนที่กฎหมาย MiCA จะเปิดทางให้สถาบันการเงินสามารถให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุนในคริปโทฯ โดย Co-Pierre Georg ศาสตราจารย์จาก Frankfurt School of Finance & Management ระบุว่าลูกค้าธนาคารแบบดั้งเดิมอาจยังไม่เข้าใจความเสี่ยงของคริปโทฯ เพียงพอ ขณะที่สมาคมธนาคารออมทรัพย์เยอรมนี หรือ DSGV ยังคงมองว่าคริปโทฯ เป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงและมีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด พร้อมระบุว่าบริการดังกล่าวเหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตนเอง
โดย ภคมณ สายขุนทด




