กทม. งัด 3 มาตรการด่วน รับมือดินทรุดจากปัญหาอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ถอดบทเรียนเคส รพ.วชิระ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางสาวกนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่บริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (9 ก.ค.) เพื่อตรวจสอบสถานการณ์เหตุดินทรุดตัว บริเวณถนนประชาธิปก ช่วงวงเวียนใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ในจุดที่ต่ำที่สุด ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของชั้นดินด้านนอกและส่งผลกระทบต่ออาคารข้างเคียง 

โดย กทม. ได้เร่งประสานการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับจ้าง เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชนด้านบนอย่างใกล้ชิด

นายชัชชาติ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นอุโมงค์แนวเดียวกับช่วงหน้าโรงพยาบาลวชิระ แต่เป็นคนละผู้รับเหมา โดยมีน้ำรั่วซึมเข้าบ่อรับน้ำด้านล่างอุโมงค์จนทำให้ดินด้านบนทรุดตัว 

เบื้องต้น กทม. ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานเขตธนบุรี สำนักงานเขตคลองสาน และ สน.บุปผาราม เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำใน 3 มาตรการหลัก ดังนี้

1. เฝ้าระวังสถานการณ์สิ่งปลูกสร้างและเร่งอพยพ โดยทางกทม. ร่วมกับ รฟม. กำหนดรัศมีเฝ้าระวัง 30 เมตรจากจุดเกิดเหตุ เพื่อมอนิเตอร์อัตราการรั่วของน้ำ ปริมาณดิน และการทรุดตัวหรือเอียงของอาคารอย่างละเอียด แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะเริ่มทรงตัว แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ได้สั่งการให้อพยพประชาชนจากอาคารด้านหลังที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 2-3 อาคารไปพักอาศัยในสถานที่ปลอดภัยชั่วคราว (เช่น โรงแรม) โดยมีผู้รับจ้างของ รฟม. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการเยียวยาทั้งหมด

นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังได้นำเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารอัตโนมัติมาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อแจ้งเตือนภัยทันทีหากเกิดการทรุดตัวเพิ่ม

2. ปิดการจราจรลดแรงสั่นสะเทือน (ถนนประชาธิปก) เพื่อความปลอดภัยและลดแรงสั่นสะเทือนที่จะกระทบต่อโครงสร้างชั้นดินและอาคาร กทม. ได้ประสานปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มุ่งหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่) โดยแนะนำให้ประชาชนที่เดินทางมาจากสะพานพุทธ หรือสะพานพระปกเกล้า ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก เพื่อเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน

3. เตรียมแผนรองรับผลกระทบโรงเรียนในพื้นที่ เนื่องจากทำเลดังกล่าวเป็นจุดคอขวดและมีโรงเรียนขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนศึกษานารี ผู้ว่าฯ กทม. จึงแสดงความห่วงใยเรื่องปัญหาการจราจรในระยะยาว

โดยเตรียมถอดบทเรียนแนวทางแก้ไขปัญหาจากการทรุดตัวที่ รพ.วชิระ (เช่น เคสโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และโรงเรียนเซนต์ฟรัง ซีสซาเวียร์ คอนแวนต์) มาปรับใช้ อาจมีการจัดรถรับส่งของโรงเรียนเพิ่มเติม เพื่อลดความหนาแน่นของรถผู้ปกครอง โดยจะประสานแจ้งรายละเอียดเส้นทางให้ประชาชนทราบต่อไป

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอุปกรณ์สนับสนุนการทำงาน รถเครื่องผลิตและกำเนิดไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์บอลลูนไลฟ์ ไฟฟ้าส่องสว่าง  เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ ที่เกิดเหตุในช่วงกลางคืน โดยมีอาสาสมัครและมูลนิธิต่าง ๆ เข้าร่วมสนับสนุนหากเกิดเหตุฉุกเฉินและจำเป็นต้องส่งต่อทางการแพทย์ 

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์