ญี่ปุ่นจับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” หวั่นคลื่นความร้อนกระทบคุณภาพข้าวอีกระลอก

ปรากฏการณ์เอลนีโญกลับมาเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี และผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าอาจทวีความรุนแรงจนกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นจะเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง แม้โดยปกติแล้วเอลนีโญมักทำให้ฤดูร้อนของญี่ปุ่นเย็นกว่าปกติก็ตาม

นักพยากรณ์อากาศคาดว่า อุณหภูมิในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น รวมถึงจังหวัดโอกินาวาและหมู่เกาะอามามิทางตอนใต้ ขณะที่พื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศมีแนวโน้มมีอุณหภูมิใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย หากเกิดคลื่นความร้อนรุนแรง ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชผลและผลผลิตทางการเกษตรโดยรวม

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อากาศร้อนจัดในช่วงฤดูร้อนอาจกระทบคุณภาพข้าวของญี่ปุ่นอีกครั้ง เช่นเดียวกับช่วงเอลนีโญปี 2566-2567 โดยเกษตรกรจำนวนมากได้เริ่มหันไปปลูกพันธุ์ข้าวที่ทนต่อความร้อน หลังคลื่นความร้อนในปี 2566 ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย เกิดภาวะขาดแคลน และราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น

เอลนีโญเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ติดตามบริเวณนอกชายฝั่งประเทศเปรู สูงกว่าค่ามาตรฐานอย่างน้อย 0.5 องศาเซลเซียสต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน ส่วน “ซูเปอร์เอลนีโญ” คือภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่ามาตรฐานตั้งแต่ 2 องศาเซลเซียสขึ้นไป โดยนับตั้งแต่ปี 2492 เกิดเอลนีโญทั้งหมด 19 ครั้ง แต่มีเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่มีความรุนแรงถึงระดับดังกล่าว และผู้เชี่ยวชาญมองว่าอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เดือนนี้

โดยทั่วไป ในช่วงเอลนีโญ การยกตัวของอากาศเหนือบริเวณฟิลิปปินส์จะอ่อนกำลังลง ทำให้ความกดอากาศสูงแปซิฟิกแผ่ขึ้นไปทางเหนือได้น้อย ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีเมฆปกคลุมมากขึ้นและฤดูร้อนเย็นกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า น้ำทะเลอุ่นบริเวณใกล้ฟิลิปปินส์จะยังคงทำให้การยกตัวของอากาศมีความรุนแรง ส่งผลให้ความกดอากาศสูงแปซิฟิกแผ่ขึ้นไปทางเหนือมากขึ้น ขณะเดียวกันกระแสลมตะวันตกมีแนวโน้มเลื่อนขึ้นไปทางเหนือ ทำให้อากาศร้อนจากทางใต้แผ่ปกคลุมญี่ปุ่นได้ง่ายกว่าปกติ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช