
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพื่อตอบโต้อิหร่านที่โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ณ เวลา 06.44 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลง 107 จุด หรือ -0.20% แตะที่ระดับ 52,799 จุด
เพรส ทีวี (Press TV) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งในช่วงเช้าวันนี้ ในเมืองท่าซีริก , บันดาร์ อับบาส และจาสก์ (Jask) ซึ่งเมืองเหล่านี้ตั้งอยู่ในจังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของอิหร่าน
รายงานเบื้องต้นของเพรส ทีวี ระบุว่า เสาสัญญาณโทรคมนาคมใกล้กับเมืองซีริกถูกโจมตี ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีก่อนหน้านี้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าพลเรือนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ไม่กี่นาทีหลังเกิดเหตุระเบิด กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรี”
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และจนกว่าสหรัฐฯ จะหยุดแทรกแซงภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมกับเตือนว่าหากผู้ใดรุกรานอิหร่านจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรง และฐานทัพแห่งใหม่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้จะถูกพุ่งเป้าโจมตี
การเผชิญหน้ากันอย่างต่อเนื่องระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ และเป็นปัจจัยฉุดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์อ่อนแรงลงในช่วงเช้านี้
ส่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ระดับ 52,637.01 จุด เพิ่มขึ้น 149.60 จุด หรือ +0.29% แต่ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง 0.5%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





