
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า บริษัทนำ DR “SPACEX01” เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นครั้งแรกเพื่อเปิดทางให้นักลงทุนไทยได้เป็นเจ้าของธุรกิจอวกาศระดับโลก โดย DR “SPACEX01” จะเข้าจดทะเบียนในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ด้วยกระบวนการนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนโดยตรง (Direct Listing)
ตราสารนี้อ้างอิงหุ้น Space Exploration Technologies Corp. (SPCX) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq (NASDAQ) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำ เจ้าของนวัตกรรมระดับโลกอย่างจรวด Falcon และ Starship เครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำภายใต้โครงการ Starlink รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ผ่านระบบนิเวศของ xAI
SPCX ก่อตั้งโดย “อีลอน มัสก์” ถือเป็นผู้นำในกิจกรรมทางเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า 80% มาตั้งแต่ปี 2566 โดยเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusable Rocket) ที่สามารถลดต้นทุนการปล่อยจรวดได้กว่า 95% พร้อมทั้งพัฒนาและผลิตเทคโนโลยีสำคัญได้เองเกือบทั้งหมด ตั้งแต่จรวด ดาวเทียม ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ซึ่งมีอัตราความสำเร็จของภารกิจสูงกว่า 99% จากการปล่อยจรวดมาแล้วกว่า 650 ครั้ง สะท้อนถึงความได้เปรียบทางเทคโนโลยีเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจน
นอกจากนั้น SPCX ได้ขยายธุรกิจสู่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างเต็มตัว หลังควบรวมกิจการกับ xAI ผู้พัฒนาแชตบอท Grok และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X รวมถึงการเข้าซื้อ Anysphere สตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนา Cursor เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วย AI ด้วยมูลค่าประมาณ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยีอวกาศ การสื่อสาร และ AI เข้าด้วยกัน
ขณะเดียวกันโครงการ Starlink ที่มีดาวเทียมกว่า 9,600 ดวง ยังถือเป็น Growth Engine สำคัญของบริษัท จากการขยายบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมไปยังพื้นที่ห่างไกลใน 164 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกทั้งประเภทบ้านและองค์กรทะลุ 10 ล้านราย
ทางด้านผลประกอบการในปี 2568 SPCX มีรายได้ 18,674 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงข้อมูลจากเอกสาร S-1 ของ SPCX ที่ยื่นต่อต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC) โดยรายได้หลักมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มขนส่งอวกาศ (Space) กลุ่มอินเทอร์เน็ตดาวเทียม (Connectivity) ซึ่งเป็นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่แม้ปัจจุบันจะอยู่ในช่วงลงทุนหนักและมีผลขาดทุน แต่ในระยะยาวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยบริษัทมีแผนลงทุนต่อเนื่องเพื่อพัฒนาระบบนิเวศอวกาศแบบครบวงจร ทั้งยาน Starship, การขยายเครือข่าย Starlink, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) นอกโลก และการปล่อยดาวเทียม AI Compute ภายในปี 2571
“การที่หุ้น SPCX ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนีหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Nasdaq 100 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่สะท้อนการยอมรับจากตลาดทุน และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว แม้ในช่วงแรกราคาหุ้นอาจมีความผันผวนก็ตาม ขณะเดียวกันมูลค่าเศรษฐกิจอวกาศโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงงบประมาณภาครัฐอีกต่อไป แต่กำลังขยายตัวสู่ภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ Space Economy กลายเป็นหนึ่งใน New S-Curve สำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ดังนั้น DR “SPACEX01” จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนในหุ้น SPCX ได้อย่างสะดวกผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นไทย” นายพิเชษฐ กล่าว
ด้านนายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยมีความตื่นตัวและให้ความสนใจลงทุนใน DR เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นทางเลือกการลงทุนที่ช่วยกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นเมกะเทรนด์แห่งอนาคตได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยจะได้รับผลตอบแทนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ คล้ายลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง สะท้อนผ่านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ DR ทั้งอุตสาหกรรมในตลาดหุ้นไทยที่อยู่ระดับ 66,719 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569)
บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ DR ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถเกาะติดเมกะเทรนด์การลงทุนระดับโลกได้อย่างสะดวก ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด หรือเศรษฐกิจอวกาศ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในอนาคต
ปัจจุบันมี DR01 ที่ออกโดย บล.บัวหลวง เทรดในตลาดหุ้นไทย 50 หลักทรัพย์ ครอบคลุมดัชนีหุ้นชั้นนำของโลก ทั้งสหรัฐฯ จีน ฮ่องกง เวียดนาม อินเดีย และญี่ปุ่น รวมถึงหุ้นสามัญชั้นนำในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และยุโรป มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 17,889 ล้านบาท คิดเป็นราว 26% ของมูลค่าตลาด DR ทั้งอุตสาหกรรม
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 DR01 ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 MICRON01 มูลค่าซื้อขายรวม 11,079 ล้านบาท (ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 69 +254%) อันดับ 2 CATL01 3,833 ล้านบาท (+47%) อันดับ 3 E1VFVN3001 1,573 ล้านบาท (+5%) อันดับ 4 NVDA01 1,511 ล้านบาท (+12%) และอันดับ 5 ASML01 1,460 ล้านบาท (+93%) (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569)





