
ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร นัดแรก มีมติเสียงข้างมาก 39 เสียง เลือก “น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย” สก.เขตบางซื่อ จากพรรคประชาชน (ปชน.) ขึ้นดำรงตำแหน่ง “ประธานสภา กทม.” คนใหม่ ชูธงปฏิรูปการทำงานมุ่งสู่สภาโปร่งใส ตรวจสอบได้ เล็งจัดถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการ ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ตกเป็นของ “นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย” และ “นายนริสสร แสงแก้ว”
ในการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร กล่าวเชิญสมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้มีอายุสูงสุดทำหน้าที่ประธานชั่วคราว คือ น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ สก.เขตปทุมวัน เข้าสู่วาระพิจารณาเลือกประธาน และรองประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยก่อนเริ่มวาระได้มีการกล่าวปฏิญาณตน
จากนั้นเข้าสู่ระเบียบวาระที่ 4 คือการเลือกประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยนายวิพุธ ศรีวะอุไร สก.เขตบางรัก เสนอชื่อ “น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย” สก.เขตบางซื่อ (พรรคประชาชน) เป็นประธาน ขณะที่นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สก.เขตคลองสาน เสนอชื่อ “นายวิรัช คงคาเขตร” สก.เขตบางกอกใหญ่ (พรรคประชาธิปัตย์) เนื่องจากมองว่าสภากรุงเทพมหานคร ควรมีคู่เปรียบเทียบ เพื่อให้สมาชิกได้ฟังวิสัยทัศน์ของทั้งสองคน ในประเด็นดังนี้
1. ประธานสภา กทม. จะทำให้กรุงเทพมหานครที่มาจากความหลากหลาย เป็นสภาของคนกรุงเทพฯ อย่างไร
2. ประธานสภา กทม. จะทำให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ควบคู่กับหน่วยงานราชการกรุงเทพมหานครได้อย่างไร
3. วิสัยทัศน์อื่นที่จะดำเนินการ ในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า สำหรับวิสัยทัศน์ของตน จริง ๆ ตนเคยแถลงไปแล้ว คือเรื่องของสภาโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีหลัก ๆ อยู่ 4 ข้อ คือ
1. จะเปิดให้มีการถ่ายทอดสดโดยการแก้ข้อบังคับในที่ประชุม โดยจะมีการถ่ายทอดสดการประชุมทั้งคณะกรรมการสามัญและวิสามัญทั้งหมด ซึ่งการถ่ายทอดสดนั้น หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ต้องอ้างอิงบุคคลที่สาม หรือบริษัทที่มีความเสี่ยง ก็สามารถปิดการถ่ายทอดสดได้
2. การเปิดเผยการลงมติของเพื่อนสมาชิก ซึ่งขณะนี้ยังต้องให้ประธานสภาเป็นผู้อนุมัติ ก็จะเปิดเผยโดยอัตโนมัติเหมือนกับสภาใหญ่
3. เปิดเผยสถิติการเข้าประชุมของสมาชิกทุกท่าน เพื่อความโปร่งใส และให้พี่น้องประชาชนสามารถรับทราบถึงการทำงานของสมาชิกทุกท่าน
4. จะสนับสนุนการทำงานของสมาชิก เพื่อให้เพื่อนสมาชิกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผลักดันให้มีการตั้งสำนักงานวิชาการและงบประมาณของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนเรื่องการวิเคราะห์งบประมาณและข้อมูลสำหรับการจัดทำร่างข้อบัญญัติ
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ส่วนที่นายสมชายได้สอบถามว่าจะทำให้กรุงเทพมหานคร ที่มีความหลากหลายเป็นของทุกคนได้อย่างไรนั้น ตนคิดว่าสิ่งที่ควรจะทำมากขึ้น คือควรเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนได้เสนอเรื่องเข้ามา หรือเสนอเรื่องงบประมาณต่าง ๆ จากเดิมที่เราเคยจัดงาน Hack งบ กทม. เป็นกลุ่มเล็ก ๆ นั้น หากเราจัดงาน Hack งบ กทม. ให้เป็นของสภากรุงเทพมหานคร ก็จะทำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องงบประมาณไปพร้อมกับเรา พี่น้องประชาชนจะได้ช่วยกันตรวจสอบ รวมถึงสามารถเสนอแนะว่าหลังจากนี้งบประมาณควรนำไปใช้ด้านใด
ส่วนเรื่องที่จะให้เพื่อนสมาชิกดำรงตนอย่างโปร่งใสได้อย่างไรนั้น คิดว่าเป็นสิทธิของเพื่อนสมาชิก แต่ช่องทางและระบบต่าง ๆ นั้น ตนได้เสนอไว้แล้ว โดยทั้ง 4 ข้อได้วางไทม์ไลน์ไว้ว่าจะพยายามผลักดันให้ได้ภายในเดือนธ.ค. ของปีนี้

ด้าน นายวิรัช คงคาเขตร กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า การทำหน้าที่ในสภากรุงเทพมหานครนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งได้พูดมาตลอดว่ากรุงเทพมหานคร มีเฟืองอยู่ 3 เฟือง คือ 1. ฝ่ายบริหาร 2. ข้าราชการ และ 3. สภา โดยแต่ละเฟืองจะมีแกนรวม หากเฟืองหมุนไปได้อย่างสมดุล แกนนั้นคือประชาชนที่จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ นี่คือมุมมองของตน
นายวิรัช กล่าวว่า ตนและเพื่อนสมาชิกอีก 49 คน เป็นหนึ่งในฟันเฟือง 50 ฟันเฟือง จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ให้ฟันเฟืองทั้ง 50 ฟันเฟืองหมุนไปพร้อมกับฟันเฟืองของฝ่ายบริหาร และข้าราชการ

จากนั้นเป็นการลงคะแนน โดยจากการโหวตในที่ประชุมได้เห็นชอบให้ลงคะแนนเลือกประธานสภาแบบเปิดเผย โดยการยกมือ โดยที่ประชุม ได้ลงมติเลือกประธานสภา โดยให้ “น.ส.ภัทราภรณ์” ได้คะแนนเสียงเห็นชอบ 39 คะแนน ขณะที่ “นายวิรัช” ได้คะแนนเสียงเห็นชอบ 7 คะแนน สรุปว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ “น.ส.ภัทราภรณ์” เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร
หลังจากนั้น น.ส.ภัทราภรณ์ ขึ้นทำหน้าที่ประธานสภา กทม. พร้อมขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวาระของเมือง ผ่านสภากรุงเทพมหานคร พร้อมยืนยันว่า การพิจารณางบประมาณเพื่อให้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์นั้นไม่ใช่ความเพ้อฝัน การทำสภากรุงเทพมหานครให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ คือความปกติที่ควรจะเป็นมานานแล้ว ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับที่ประชาชนเลือกเพื่อนสมาชิกเข้ามา ตนเชื่อว่าเราจะยกระดับสภากรุงเทพมหานครและทำงานไปด้วยกันอย่างราบรื่นตลอด 4 ปีข้างหน้า
จากนั้น ที่ประชุมได้มีการเลือกรองประธานสภา กทม. 2 คน โดยนายฉัตรชัย เสนอชื่อ “นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย” สก.เขตบึงกุ่ม (กลุ่มคนทำงาน) เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 โดยไม่มีคู่แข่ง และนายเอกวิน โชคประสพรวย สก.เขตราชเทวี เสนอชื่อ “นายนริสสร แสงแก้ว” (ผู้สมัครอิสระ) สก.เขตบางเขน เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 โดยไม่มีคู่แข่ง จึงถือว่านายเนติภูมิ และนายนริสสร ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 และ 2 ตามลำดับ
สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขต มาจากสังกัดของแต่ละพรรค และแต่ละกลุ่มการเมือง ดังนี้ พรรคประชาชน 22 คน, กลุ่มคนทำงาน 11 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 8 คน, กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 4 คน และอื่น ๆ อีก 5 คน
ทั้งนี้ ประธานสภากรุงเทพมหานคร นัดประชุมครั้งต่อไปในวันพุธที่ 22 ก.ค. 69 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วงเงินกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์




