
ราคาทองร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดิ่งลงกว่า 100 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. หลังนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด แสดงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ
ณ เวลา 00.29 น.ตามเวลาไทย ราคาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลบ 136.00 ดอลลาร์ หรือ 2.92% สู่ระดับ 4,528.00 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนราคาทองสปอต [GOLD.X] ลบ 130.42 ดอลลาร์ หรือ 2.85% สู่ระดับ 4,480.23 ดอลลาร์/ออนซ์
นอกจากนี้ ราคาทองยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของนายวอร์ช
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าจะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นเป็นเดือนก.ย. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนต.ค. หลังนายวอร์ชแสดงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 59.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 35.4% เมื่อวานนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 40.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 64.6% เมื่อวานนี้
ทั้งนี้ ในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันนี้ นายวอร์ชแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยกล่าวว่า “แม้ว่าตัวเลข PCE และ CPI ในช่วงฤดูร้อนนี้จะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผมเชื่อว่าแนวโน้มพื้นฐานของเงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “เราต้องมั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายของเราอย่างชัดเจนและด้วยความเร็วที่เพียงพอ หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ นั่นคือหน้าที่ของเรา เป็นภารกิจของเรา และเป็นสิ่งที่เราต้องเดินหน้าทำต่อไป”
“ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของผม ผมและเพื่อนร่วมงานจะพยายามสร้างแบบจำลองที่น่าเชื่อถือมากขึ้น และกฎเกณฑ์ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจด้านนโยบาย เราจะทำเช่นนั้นโดยตระหนักว่า ความแม่นยำในการคาดการณ์เศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เราปรารถนาให้เกิดขึ้น”
ด้านนางเบธ แฮมแม็ก ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวย้ำจุดยืนในการสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่า ข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เฟดยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายเงินเฟ้อมากเกินไป
นางแฮมแม็กกล่าวว่า รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธแสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ที่ 3% เมื่อเทียบรายปี แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาในแต่ละเดือนได้ชะลอตัวลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่เธอมองว่าเฟดควรดำเนินนโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้น
“ดิฉันไม่ต้องการด่วนตัดสินอะไรล่วงหน้า แต่ดิฉันเชื่อว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เฟดต้องดำเนินการแล้ว” นางแฮมแม็กกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง
“ดิฉันเชื่อว่าเราอยู่ในภาวะเงินเฟ้อมานานกว่า 5 ปีแล้ว เงินเฟ้ออยู่สูงกว่าเป้าหมายของเรามาก และเมื่อดิฉันพิจารณาภาวะทางการเงิน รวมถึงพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในตลาด ดิฉันไม่เห็นว่านโยบายการเงินในขณะนี้มีความเข้มงวดเพียงพอ”
ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับจุดยืนที่นางแฮมแม็กเคยแสดงออกในช่วงที่ผ่านมา
ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด หรือ FOMC เมื่อเดือนกรกฎาคม นางแฮมแม็กเป็น 1 ในกรรมการ 3 รายที่คัดค้านมติที่ประชุมเฟดที่ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในกรอบ 3.5%-3.75% โดยกรรมการทั้ง 3 รายต้องการให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
นางแฮมแม็กกล่าวว่า เธอยังคงเชื่อว่าเฟดจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่กำลังสร้างแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายของภาคครัวเรือน
“ยิ่งเงินเฟ้ออยู่สูงกว่าเป้าหมายของเรานานเท่าไร การทำให้เงินเฟ้อลดลงก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น และผู้บริโภคกับภาคธุรกิจก็จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดมากขึ้น”
“สำหรับดิฉัน ปัญหาที่แท้จริงของการที่เราพลาดเป้าหมายเงินเฟ้อมานานขนาดนี้ คือความเสี่ยงที่แนวคิดหรือความเคยชินกับภาวะเงินเฟ้อเริ่มฝังรากลึกในความคิดของประชาชน”
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




