
สหราชอาณาจักร (UK) และสหภาพยุโรป (EU) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรร่วมกันต่อกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซีย ด้านมอสโกสวนกลับทันควัน ยืนยันจะ “ตอบโต้อย่างเหมาะสม”
กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรแถลงว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดนี้มุ่งเป้าไปที่บุคคลและองค์กรรวม 24 รายชื่อ ซึ่งรวมถึงเครือข่ายตัวแทนที่เชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการไซเบอร์และปฏิบัติการแบบไฮบริดที่สร้างความเสียหาย โดยรัฐบาลอังกฤษระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งความพยายามที่ไร้ความรับผิดชอบของรัสเซียในการสร้างความปั่นป่วนและความแตกแยกทั่วยุโรป
ขณะที่ สหภาพยุโรปแถลงว่า ได้ดำเนินมาตรการจำกัดสิทธิ์กับบุคคล 9 ราย และองค์กร 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย (GRU) กลุ่มแฮกเกอร์นิรนามที่มีจุดประสงค์ทางสังคมหรือการเมือง (Hacktivist) และอาชญากรไซเบอร์ โดยเน้นย้ำว่าเป็นความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสหราชอาณาจักร
ทางด้านรัฐบาลรัสเซียได้ออกมาตอบโต้ทันที โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยกับสำนักข่าว RIA ของรัฐบาล หลังถูกถามถึงการขยายมาตรการคว่ำบาตรของลอนดอนและบรัสเซลส์ในครั้งนี้ว่า “มอสโกจะตอบโต้อย่างเหมาะสม”
นอกจากนี้ ทั้งอังกฤษและอียูยังได้ระบุร่วมกันว่า หน่วยข่าวกรองไซเบอร์ของรัสเซีย หรือ “FSB Centre 16” คือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบโครงข่ายพลังงานของประเทศโปแลนด์ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCSC) ได้เผยแพร่คำแนะนำฉบับใหม่เกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่ม FSB Centre 16 โดยระบุว่าแฮกเกอร์กลุ่มนี้มักใช้ประโยชน์จากเราเตอร์ที่มีช่องโหว่ และฉวยโอกาสโจมตีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญระดับชาติ
ทั้งนี้ NCSC ตรวจพบว่า กลุ่ม FSB Centre 16 กำลังสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาอุปกรณ์ที่ยังคงใช้รหัสผ่านและโปรโตคอลการจัดการเครือข่ายอย่างง่าย (SNMP) ที่เป็นค่าเริ่มต้นหรือคาดเดาได้ง่าย ทางหน่วยงานจึงได้เรียกร้องให้ภาคส่วนที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ การสื่อสาร, การป้องกันประเทศ, พลังงาน, บริการทางการเงิน, รัฐบาล และสาธารณสุข เร่งดำเนินการป้องกัน ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนไปใช้ SNMPv3 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มีความปลอดภัยสูงสุด และปิดการใช้งานเวอร์ชันเก่า
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท





