ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 200 จุด น้ำมันพุ่งกว่า 5% หลังทรัมป์ปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดดิ่งลงกว่า 200 จุด ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 5% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่า สหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน

ณ เวลา 23.31 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 259.02 จุด หรือ 0.49% สู่ระดับ 52,377.99 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 [SP500.X] และ Nasdaq [NASDAQ.X] ลบ 0.68% และ 1.30% ตามลำดับ

ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป โดยหุ้น SK Hynix ดิ่งลง 7% หลังจากเปิดตัวซื้อขายในตลาด Nasdaq เมื่อวันศุกร์ ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 13%

หุ้น Micron Technology และ Sandisk ปรับตัวลง 6% และ 10% ตามลำดับ ส่วนหุ้น Seagate Technology ร่วงลง 6%

นอกจากนี้ หุ้น Advanced Micro Devices หรือ AMD และหุ้น Intel ต่างปรับตัวลง 4%

นักลงทุนประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมทั้งจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นกว่า 5% ในวันนี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน TruthSocial ในวันนี้ ระบุว่า สหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐจะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และปฏิบัติภารกิจในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว โดยสหรัฐจะเรียกเก็บเงินชดเชยในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่มีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นในการดำเนินภารกิจดังกล่าว

ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐ ได้แก่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America, Citigroup และ Wells Fargo มีกำหนดประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้

นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ รวมทั้งการกล่าวถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้

นายวอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส โดยจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 14 ก.ค. และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 15 ก.ค.

การกล่าวแถลงการณ์ทั้ง 2 วันจะมีขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายวอร์ช ซึ่งจะเป็นการเข้าให้การต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนมิ.ย.ในวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.9% เช่นกันในเดือนพ.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนพ.ค.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ