
สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ประกาศในวันจันทร์ (13 ก.ค.) ว่า บริษัทตั้งเป้าที่จะดำเนินการทดสอบการบินครั้งที่ 13 ของสตาร์ชิป (Starship) ซึ่งเป็นจรวดขนาดยักษ์ ในวันพฤหัสบดีนี้ (16 ก.ค.) โดยกรอบเวลาการปล่อยจรวด 90 นาที มีกำหนดการเริ่มต้นขึ้นในเวลา 17.45 น. ตามเวลามาตรฐานเขตภาคกลางของสหรัฐฯ
สเปซเอ็กซ์เปิดเผยว่า ภารกิจในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบยานสตาร์ชิป เวอร์ชัน 3 และจรวดซูเปอร์ เฮฟวี (Super Heavy) อย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายหลักของตัวบูสเตอร์ (Booster) ประกอบด้วยการปล่อยตัวที่ประสบความสำเร็จ การทะยานขึ้น การแยกตัวของจรวดแต่ละขั้น การจุดเครื่องยนต์เพื่อบินกลับ และการจุดเครื่องยนต์เพื่อลงจอด ก่อนจะลงแตะผิวน้ำนอกชายฝั่งบริเวณอ่าวเม็กซิโก
ในส่วนของยานสตาร์ชิปส่วนบน (Starship upper stage) มีแผนที่จะปล่อยดาวเทียมสตาร์ลิงก์ V3 (Starlink V3) รุ่นใหม่จำนวน 20 ดวง จุดเครื่องยนต์แรปเตอร์ (Raptor) เพียงเครื่องเดียวอีกครั้งในอวกาศ รวมถึงดำเนินการทดสอบควบคุมการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ การลดระดับ และการลงแตะผิวน้ำในมหาสมุทรอินเดีย
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การบินทดสอบครั้งนี้จะมีการทดสอบระบบอัปเกรดและการทดลองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผ่นกันความร้อนของสตาร์ชิปอีกหลายรายการ ในขณะที่สเปซเอ็กซ์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถของระบบนำส่งอวกาศที่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อย่างสมบูรณ์และรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ สเปซเอ็กซ์ได้ทำการทดสอบการบินของสตาร์ชิป ครั้งที่ 12 ไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. โดยในภารกิจดังกล่าว บูสเตอร์ซูเปอร์ เฮฟวีประสบความล้มเหลวในการจุดเครื่องยนต์เพื่อบินกลับหลังจากการแยกตัว และส่งผลให้ตัวบูสเตอร์กระแทกพื้นน้ำอย่างรุนแรงในอ่าวเม็กซิโก
ภายหลังจากการทดสอบในครั้งนั้น สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ได้สั่งการให้สเปซเอ็กซ์ดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติการณ์ความล้มเหลวของบูสเตอร์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม FAA ได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ว่า การสอบสวนกรณีดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งเป็นการเปิดทางให้สเปซเอ็กซ์สามารถดำเนินภารกิจเที่ยวบินที่ 13 ต่อไปได้ หากผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการออกใบอนุญาตทั้งหมด
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





