
ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการกล่าวถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ณ เวลา 21.48 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 45.14 จุด หรือ 0.09% สู่ระดับ 52,543.78 จุด
อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของดัชนีดาวโจนส์ถูกจำกัดจากการทรุดตัวลงของหุ้นบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส แมชชีนส์ (IBM) รวมทั้งการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
ราคาหุ้น IBM ดิ่งลง 25% ในวันนี้ หลังจากนายอาร์วินด์ กฤษณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เตือนนักลงทุนว่า ผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ของบริษัทจะออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] พุ่งขึ้นทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนมิ.ย.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นเพียง 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.8% จากระดับ 4.2% ในเดือนพ.ค.
การชะลอตัวของดัชนี CPI มีสาเหตุจากการปรับตัวลงของราคาพลังงาน ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงก่อนหน้านี้
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวลง 0.4% ในเดือนมิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าปรับตัวลง 0.1% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.8% จากระดับ 2.9% ในเดือนพ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัว 0.0% หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือนมิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค.
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้คำมั่นว่า เงินเฟ้อจะกลายเป็นเรื่องในอดีต ขณะที่การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟูจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ
ทั้งนี้ นายวอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ โดยเขาจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้ โดยการกล่าวแถลงการณ์ทั้งสองวันมีกำหนดเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย
นายวอร์ชกล่าวย้ำจุดยืนเกี่ยวกับการควบคุมเงินเฟ้อ พร้อมทั้งกล่าวถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ และประโยชน์ที่เกิดจากการลงทุนของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI
นายวอร์ชกล่าวในวันนี้ว่า เขามุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายการเงินให้ถูกต้อง และเอาชนะเงินเฟ้อที่ได้สร้างความท้าทายให้กับเฟดมาโดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
“วันนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ และขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนว่าจะสามารถรับมือกับช่วงเวลานี้ได้หรือไม่” นายวอร์ชกล่าว
“เป้าหมายอันดับหนึ่งของเฟดคือการดำเนินนโยบายการเงินให้ถูกต้อง หรืออย่างน้อยก็ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นคือเป้าหมายที่ชัดเจนและมั่นคงของเรา เป็นดั่งดาวนำทางในการกำหนดทิศทาง” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “หากเราดำเนินนโยบายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเราจะทำได้ การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจะกลายเป็นเพียงเรื่องในอดีต”
เช่นเดียวกับนายเจอโรม พาวเวล อดีตประธานเฟด นายวอร์ชกล่าวว่า เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างภาระอย่างไม่เป็นธรรมต่อครัวเรือนและภาคธุรกิจของสหรัฐ ซึ่งต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นในแทบทุกด้าน โดยการเร่งตัวล่าสุดของเงินเฟ้อมีสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
“แม้ว่าความผันผวนของราคาในแต่ละเดือนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่เงินเฟ้อพื้นฐานในระยะยาวนั้น ส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยนโยบายการเงิน คณะกรรมการของเราไม่ยอมรับเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และเรามีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคา”
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐ นายวอร์ชกล่าวว่า “เศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง และแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นแม้เผชิญกับพัฒนาการต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา”
เขาชี้ว่า การลงทุนของภาคธุรกิจเป็นลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
“การขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเร่งตัวขึ้นอีก ส่วนใหญ่สะท้อนถึงการสร้างศูนย์ข้อมูล และความต้องการมหาศาลสำหรับอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งใช้ภายในศูนย์ข้อมูลเหล่านั้น” เขากล่าว
ก่อนหน้านี้ นายวอร์ชเคยแสดงความเห็นว่า การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจาก AI จะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้แนวคิดดังกล่าวจะถูกตั้งข้อสงสัยจากนักเศรษฐศาสตร์บางส่วน รวมถึงผู้กำหนดนโยบายของเฟดบางคนก็ตาม
นอกจากนี้ นายวอร์ชยังเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะทำงาน 5 ชุดที่เขาจัดตั้งขึ้น เพื่อทบทวนการดำเนินงานของเฟดอย่างรอบด้าน โดยคณะทำงานเหล่านี้จะศึกษาด้านการสื่อสาร เทคโนโลยี งบดุล ข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดใช้ รวมถึงแนวทางการประเมินเงินเฟ้อ
เขากล่าวว่า คณะทำงานทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งต่อยอดจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการทำงานที่เขาเคยให้คำมั่นไว้ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC เมื่อปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดี แม้ก่อนหน้านี้ นายวอร์ชเคยวิจารณ์ผู้บริหารชุดเดิมของเฟดเกี่ยวกับปัญหาภายในองค์กร แต่หลังเข้ารับตำแหน่ง เขาได้ปรับท่าทีให้มีความประนีประนอมมากขึ้น
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กลับมาทำงานที่เฟดอีกครั้ง และได้ร่วมงานกับบุคลากรที่มีความสามารถและทุ่มเทจำนวนมาก ซึ่งผมโชคดีที่ได้เรียกพวกเขาว่าเพื่อนร่วมงาน” เขากล่าว
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




