
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) เปิดเผยว่า การที่ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 1% ได้ดึงดูดเงินทุนต่างชาติให้ไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลและหลักทรัพย์สกุลเงินรูเปียห์ของธนาคารกลางอินโดนีเซีย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 105 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงเดือนมิ.ย.จนถึงต้นเดือนก.ค. 2569
ทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 18 มิ.ย. ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 5.75% และนับจนถึงขณะนี้ ธนาคารกลางได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 1%
“ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น การตอบสนองเชิงนโยบายจำเป็นต้องมีความเหมาะสมและเป็นการชั่วคราว นั่นคือเหตุผลที่เราปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 1% ในเดือนพ.ค.และเดือนมิ.ย.” เดสทรี ดามายันตี รองผู้ว่าการอาวุโสธนาคารกลางอินโดนีเซียกล่าวเมื่อวันพุธ (15 ก.ค.)
เดสทรีกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับเงินทุนไหลออกและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยหลักทรัพย์สกุลเงินรูเปียห์ของธนาคารกลางอินโดนีเซียเป็นเครื่องมือที่รวดเร็วที่สุดในการฟื้นฟูความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ
รองผู้ว่าการอาวุโสของธนาคารกลางอินโดนีเซียยังกล่าวด้วยว่า มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลสุทธิ 17.7 ล้านล้านรูเปียห์ หลังจากที่เคยเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกในไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะเดียวกันมีเม็ดเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่หลักทรัพย์สกุลเงินรูเปียห์ของธนาคารกลางอินโดนีเซียอยู่ที่ 174 ล้านล้านรูเปียห์
นอกเหนือจากการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ธนาคารกลางอินโดนีเซียยังคงสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการใช้นโยบายสภาพคล่องตามหลักการกำกับดูแลสถาบันการเงินในระดับมหภาค โดยได้มีการจัดหาสภาพคล่องให้แก่ธนาคารต่าง ๆ แล้วมูลค่า 479 ล้านล้านรูเปียห์ ณ สิ้นเดือนมิ.ย.ปีนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





