World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

  • กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกที่ 9 ในวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านได้โจมตีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลงในระยะใกล้นี้

ทั้งนี้ สถานกาารณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 2.41% แตะที่ระดับ 84.48 ดอลลาร์/บาร์เรล ในเวลา 07.18 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ (20 ก.ค.) หลังจากทะยานขึ้น 4.48% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์/บาร์เรลในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) และตลอดสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นราว 16%

  • กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งนับเป็นรายที่ 3 ของการสู้รบระลอกล่าสุดกับอิหร่าน ส่งผลให้ยอดรวมของทหารอเมริกันที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 17 ราย นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.

CENTCOM ระบุในแถลงการณ์ว่า กองกำลังสหรัฐฯ พบร่างที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ในจุดที่เกิดการโจมตีในจอร์แดนซึ่งคร่าชีวิตทหาร 2 รายเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. และกำลังดำเนินการเพื่อระบุอัตลักษณ์ของร่างดังกล่าว ส่วนทหารรายที่ 3 เสียชีวิตในอิรักเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 ก.ค.) ในระหว่างการกู้ระเบิดจากโดรนของอิหร่านที่ถูกยิงตก โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดนี้ทำให้ยอดรวมของทหารอเมริกันที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 17 ราย นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.

  • มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งนับเป็นหนึ่งในฤดูไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

คาร์นีย์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทรีโอยังคงเผชิญสถานการณ์น่าวิตก โดยมีชุมชนมากกว่า 10 แห่งต้องอพยพประชาชน หลังไฟป่าลุกลามอย่างต่อเนื่อง

คาร์นีย์กล่าวว่า ขณะนี้แคนาดาได้ส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 5,300 นาย และอากาศยานเกือบ 300 ลำ เข้าปฏิบัติภารกิจทั่วประเทศ พร้อมใช้ข้อมูลด้านไฟป่า โดรน เทคโนโลยีตรวจจับความร้อน และระบบติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมไฟป่า

  • สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษกว่า 130 รายจากเหตุการณ์คนละแห่งในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของญี่ปุ่น โดยกรณีแรกนั้นสำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) ว่ามีผู้ป่วยอาการท้องเสีย อาเจียน และอาการอื่นๆ 74 ราย หลังรับประทานอาหารชุดแบบญี่ปุ่นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองทาคายามะ จังหวัดกิฟุ

รายงานระบุว่า ในจำนวนนี้มีผู้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 9 ราย ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นวินิจฉัยว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษ และมีคำสั่งให้ครัวอาหารญี่ปุ่นของโรงแรมระงับการให้บริการแล้ว

  • โบอิ้ง (Boeing) ยืนยันมุมมองว่า ความต้องการเครื่องบินพาณิชย์ใหม่ทั่วโลกจะยังคงแข็งแกร่งในช่วง 20 ปีข้างหน้า แม้ภาคการบินยังเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน โดยบริษัทเผยแพร่รายงานคาดการณ์ตลาดที่อังกฤษในวันนี้ (18 ก.ค.) ก่อนการจัดงานแสดงอากาศยานฟาร์นโบโรห์ (Farnborough Airshow)

รายงานระบุว่า โบอิ้งยังคงประมาณการเดิมจากปี 2568 โดยคาดว่า ระหว่างปี 2569-2588 จะมีการส่งมอบเครื่องบินโดยสารและเครื่องบินขนส่งสินค้ารวม 43,625 ลำทั่วโลก แบ่งเป็นเครื่องบินลำตัวแคบ (Single-aisle) 33,545 ลำ เครื่องบินลำตัวกว้าง (Widebody) 7,715 ลำ เครื่องบินขนส่งสินค้าที่ผลิตจากโรงงาน 930 ลำ และเครื่องบินโดยสารภูมิภาค (Regional Jet) 1,435 ลำ

  • เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) อยู่ระหว่างการเจรจากับแอนโทรปิก (Anthropic) เพื่อให้เช่ากำลังประมวลผล (computing power) ภายใต้ข้อตกลงที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดระยะเวลา 2 ปี

แหล่งข่าวระบุว่า แอนโทรปิก ซึ่งเป็นผู้พัฒนา Claude Code และกำลังเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เป็นฝ่ายเสนอข้อตกลงดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนมิ.ย. ขณะที่เมตากำลังพิจารณารายละเอียด แต่การเจรจามีความซับซ้อน เนื่องจากเมตายังไม่มีธุรกิจให้เช่าหรือจำหน่ายกำลังประมวลผลโดยตรง อีกทั้งการหารือยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

หากข้อตกลงนี้เกิดขึ้น จะช่วยให้เมตากระจายแหล่งรายได้ออกจากธุรกิจโฆษณา โดยสร้างรายได้จากโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลของบริษัท และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับผู้ให้บริการคลาวด์ยุคใหม่ (Neocloud) เช่น CoreWeave และ Nebius ในช่วงที่ความต้องการกำลังประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการใช้งาน AI ขั้นสูง

  • ญี่ปุ่นอยู่ในอันดับต่ำสุดจาก 6 ประเทศในการสำรวจภาคเอกชนเกี่ยวกับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) โดยมีบริษัทญี่ปุ่นเพียง 9% ที่ระบุว่า ประสิทธิภาพของ AI สูงกว่าที่คาดไว้

ผลสำรวจจาก PwC Japan Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจด้านที่ปรึกษาอยู่ภายใต้เครือ พบว่า ญี่ปุ่นมีสัดส่วนบริษัทที่มองว่า AI ให้ผลลัพธ์ดีกว่าคาดต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับอังกฤษ จีน เยอรมนี เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ โดยผลสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ว่าบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากกำลังนำ AI มาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงการดำเนินงานบางส่วน เช่น การสรุปรายงานการประชุม

สำหรับประเทศที่มีสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า AI ให้ผลลัพธ์สูงกว่าความคาดหมายนั้น สหรัฐฯ อยู่ในอันดับสูงสุดที่ 38% ตามด้วยอังกฤษ 32% ขณะที่จีนอยู่ที่ 18% เยอรมนี 17% และเกาหลีใต้ 11%

ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประมาณ 3,000 คน โดยดำเนินการระหว่างเดือนก.พ.-มี.ค. ครอบคลุมพนักงานของบริษัทที่มียอดขายตั้งแต่ 5 หมื่นล้านเยน (310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขึ้นไป โดยเน้นกลุ่มผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่มีอำนาจพิจารณาหรืออนุมัติการนำ Generative AI มาใช้

โดย รัตนา พงศ์ทวิช