
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการว่า ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้หารือกับฝ่ายจีนในประเด็นความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงหลายประเทศและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา กัมพูชา และจีน เพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
นายสีหศักดิ์ กล่าวถึง ความคืบหน้าความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา กรณีที่จีนแสดงความพร้อมอำนวยความสะดวกในการเจรจาว่า ปัจจุบันช่องทางการพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชายังมีไม่มากนัก แม้ไทยจะเคยเสนอภายหลังการพบหารือของผู้นำทั้งสองประเทศที่เมืองเซบู ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ให้ใช้การเจรจาทวิภาคีในทุกประเด็นเพื่อสร้างความไว้วางใจร่วมกัน แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับในประเด็นเขตแดนทางทะเล ทั้งที่ควรมีการเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อน หากไม่สามารถหาข้อยุติได้จึงค่อยใช้กลไกอื่นภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยขอบคุณจีนที่มีความปรารถนาดีและพร้อมสนับสนุนให้ไทยกับกัมพูชากลับมาเจรจาตามแนวทางที่ตกลงกันไว้ที่เซบู รวมทั้งชื่นชมจีนที่ยืนยันการวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศต้องพูดคุยกันโดยตรง พร้อมกันนี้ทางไทยได้แสดงความกังวลต่อการนำเสนอข่าวของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังจากจีน ซึ่งเห็นว่าในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนและการหยุดยิงยังเปราะบาง การเผยแพร่ข่าวในลักษณะที่อาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ โดยขอให้คำนึงถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ด้วย
ส่วนกรณีปัญหาธุรกิจจีนสีเทาในประเทศไทย รวมถึงประเด็นการสวมสิทธิ์เด็กทารกชาวจีนเพื่อใช้สัญชาติไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมายไทย โดยยอมรับว่า ธุรกิจสีเทาเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนของจีนทั้งหมด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนไทย จึงอยากให้ฝ่ายจีนให้ความสำคัญและร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นระหว่างสองประเทศ
ส่วนสถานการณ์ในเมียนมา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยและจีนมีจุดยืนร่วมกันในการสนับสนุนให้เมียนมากลับเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ แต่ต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างสันติภาพและตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาคมโลก
นอกจากนี้ ไทยยังได้หยิบยกปัญหามลพิษในแม่น้ำกกขึ้นหารือกับฝ่ายจีน เนื่องจากเป็นประเด็นที่ประชาชนไทยให้ความห่วงใย พร้อมขอให้จีนสนับสนุนด้านเทคนิคแก่เมียนมา เพื่อเร่งจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมาในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ไทย-จีนในฐานะ “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน” ซึ่งเป็นระดับความสัมพันธ์สูงสุด ครอบคลุมทั้งความร่วมมือทวิภาคี ความมั่นคงในภูมิภาค และความร่วมมือในกรอบอาเซียน
พร้อมทั้งหารือการเตรียมการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปี 2570 โดยฝ่ายไทยหวังว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ด้านเศรษฐกิจ ไทยย้ำจุดยืนในการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งแสดงความพร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของไทย โดยเสนอให้ประเทศไทยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้าน AI เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในด้านความมั่นคง ไทยและจีนเห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือ “2+2” ระหว่าง รมว.ต่างประเทศและรมว.กลาโหมของทั้งสองประเทศ โดยจีนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งแรก เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





