ภาวะตลาดหุ้นไทย:ปิดร่วง 13.63 จุด วอลุ่มทะลุแสนล้านขายล็อกกำไรหุ้นแบงก์ สลับเข้าปิโตรฯ-โภคภัณฑ์รับผลดีตอ.กลาง

SET ปิดที่ 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด (-0.82%) มูลค่าซื้อขาย 116,521.27 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยหุ้นไทยวันนี้ร่วงแรง วอลุ่มทะลุแสนล้านบาท กลุ่มแบงก์-หุ้นใหญ่ถูกขายทำกำไร เม็ดเงินหมุนสลับเข้ากลุ่มปิโตรเคมีและ commodity รับอานิสงส์ความตึงเครียดตะวันออกกลาง แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดแกว่งผันผวน จับตางบ Big Tech คืนนี้หวังส่ง Sentiment บวกหนุน DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ประเมินกรอบแนวรับ 1,620 จุด แนวต้าน 1,680 จุด

ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้ปิดที่ 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด (-0.82%) มูลค่าซื้อขาย 116,521.27 ล้านบาท

การซื้อขายวันนี้ดัชนีปรับตัวลงแรง โดยทำจุดสูงสุดที่ 1,655.74 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,632.00 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 94 หลักทรัพย์ ลดลง 376 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 182 หลักทรัพย์

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงแรง มูลค่าซื้อขายหนาแน่นเกิน 1 แสนล้านบาท ขณะที่ภูมิภาคมีทิศทางคละกันไปไม่ชัดเจน

แรงกดดันหลักมาจากหุ้นกลุ่มแบงก์ถูกขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นมาโดดเด่นต่อเนื่องก่อนน้านี้ เมื่อเปิดเผยผลประกอบการจึงถูกขยออก ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มมีแรงขายตามมาด้วยเช่นกัน ทั้งสื่อสาร, Commerce และขนส่ง รวมถึงหุ้นกลางบางตัว เช่น STECON, SKY, DITTO และ VGI สะท้อนภาพการพักฐานหลังจากดัชนีขึ้นมาแรง

อย่างไรก็ดี ระหว่างวันดัชนีลงไปทำจุดต่ำสุดแถว 1,632 จุด ก่อนมีแรงดึงกลับขึ้นมาบางส่วน สะท้อนว่าเม็ดเงินยังไม่ได้หายไปจากตลาดทั้งหมด แต่เป็นการพักและสลับกลุ่ม โดยยังเห็นแรงซื้อในหุ้นบางกลุ่ม เช่น ปิโตรเคมีและสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) นำโดย PTTGC, IRPC, IVL, SCC รวมถึง PTTEP ที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแรงตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

ในเชิงกลยุทธ์ มองว่าหลังจากหุ้นแบงก์ขึ้นมาแรงและถูกขายล็อกกำไรตามคาด เม็ดเงินมีโอกาสหมุนกลับเข้าสู่กลุ่ม Commodity มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมี จึงเริ่มเพิ่มน้ำหนักหุ้นอย่าง PTTGC IVL PTTEP และ IRPC เพื่อใช้เป็นทั้งตัวเล่นรอบและ hedge ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่กลุ่มโรงกลั่น อย่าง TOP SPRC ยังดูตึงตัวกว่าเมื่อเทียบกับปิโตรเคมี ทำให้รอบนี้มองว่าหุ้นปิโตรเคมีมีจังหวะชนะกลุ่มโรงกลั่นในเชิง Sector rotation

แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดดัชนีมีความผันผวน ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ Google คืนนี้ ซึ่งจะส่งผลต่อราคา DELTA อีกทั้งคืนนี้ตลาดรอติดตามงบ Alphabet ซึ่งเป็นลำดับต้นๆ ของกลุ่ม Big Tech เพราะจะเป็นตัวชี้นำธีม AI CAPEX รอบใหม่ โดยตลาดจับตา Guidance ทั้ง CAPEX, Data Center และ AI infrastructure หากออกมาดีให้มุมมองเชิงบวกต่อ AI capex และ data center จะเป็น sentiment บวกต่อหุ้นที่โยง supply chain AI/data center โดยเฉพาะ DELTA และ sentiment ต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์โดยรวม เนื่องจากตลาดจะตีความว่า demand ฝั่ง power supply, server, cloud infrastructure และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องยังไปต่อได้

อีกประเด็นคือทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) เนื่องจากหุ้น tech / AI / growth มีความอ่อนไหวกับ discount rate มาก หากบอนด์ยีลด์กลับขึ้นมาพร้อมกับ capex สูง จะกดดัน valuation อย่างไรก็ตามหากบอนด์ยีลด์ทรงตัวหรือลดลง จะช่วยประคอง sentiment ของหุ้นเทคฯ ได้

สำหรับการลงทุนช่วงถัดไป ยังเน้นกลยุทธ์เลือกหุ้นมากกว่าซื้อทั้งตลาด โดยทยอยขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นแรงมาก่อน เช่น ธนาคาร และหมุนบางส่วนเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงด้านพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น PTTGC, IRPC, IVL, SCC และ PTTEP รวมถึงติดตามว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหรือไม่ เพราะหากยังไม่สงบ อาจทำให้ theme commodity กลับมา outperform ตลาดได้ต่อเนื่อง
 
ประเมินกรอบแนวรับ 1,620 จุด และแนวต้าน 1,680 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

หลักทรัพย์ล่าสุดเปลี่ยนแปลงมูลค่า AOM (‘000 บาท)
BBL187.00-13.00 (-6.50%)11,820,412.80
SCB151.00-4.00 (-2.58%)10,025,743.30
PTTEP148.50+1.50 (+1.02%)6,409,682.90
PTT39.25-0.50 (-1.26%)6,231,808.40
GULF66.50-1.25 (-1.85%)5,894,125.43

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน