บิตคอยน์ทรงตัวในวันนี้ (23 ก.ค.) ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนติดตามความคืบหน้าของร่างกฎหมายกำกับดูแลคริปโทเคอร์เรนซีของสหรัฐฯ รวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด
เมื่อช่วงบ่ายตามเวลาประเทศไทย บิตคอยน์ [BTC.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ปรับตัวลง 0.3% มาอยู่ที่ 65,732.3 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากระดับต่ำสุดของปี และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่อีเธอร์ [ETH.X] คริปโทเคอร์เรนซีอันดับ 2 ของโลก เพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 1,922.24 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนคริปโทเคอร์เรนซีสกุลอื่น ๆ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเริ่มชะลอลง หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรง โดยทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีตอบโต้กันเป็นวันที่ 12 ติดต่อกัน ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดแนวรบใหม่ในทะเลแดง
อีกปัจจัยที่นักลงทุนจับตาคือร่างกฎหมาย Clarity Act ฉบับใหม่ ซึ่งได้รับการเผยแพร่วานนี้ (22 ก.ค.) และถือเป็นก้าวสำคัญก่อนการลงมติในวุฒิสภา หลังความคืบหน้าของร่างกฎหมายฉบับนี้หยุดชะงักมาเกือบ 1 ปี เนื่องจากยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับแนวทางกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin)
ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้จะครอบคลุมถึงการห้ามประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งการกำหนดข้อห้ามดังกล่าวนั้นสืบเนื่องมาจากการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเผยให้เห็นว่า เขามีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตมองว่าเป็นหลักฐานที่สะท้อนถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับทำเนียบขาว
ทั้งนี้ การหารือระหว่างวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันกับทรัมป์ นำมาซึ่งร่างกฎหมายฉบับใหม่ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า เป็นข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังคงสาระสำคัญของกฎหมาย Blockchain Regulatory Certainty Act ซึ่งกำหนดให้นักพัฒนาระบบบล็อกเชนที่ไม่ได้ดูแลหรือควบคุมสินทรัพย์ของผู้ใช้งาน ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับผู้ให้บริการโอนเงิน พร้อมเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับอำนาจกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง การขึ้นทะเบียนชั่วคราว และหลักเกณฑ์สำหรับผู้ดำเนินการกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์
Clarity Act ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่คาดว่าจะวางกรอบการกำกับดูแลคริปโทเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ แม้กฎหมายฉบับนี้จะยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถึงปี 2572 อีกทั้งหน่วยงานกำกับดูแลมีเวลา 1 ปีในการออกหลักเกณฑ์เพื่อบังคับใช้กฎหมายก็ตาม
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท





