
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึง กรณีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยยืนยันว่า รัฐบาลกำลังเร่งประเมินผลกระทบและเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้ประสานงานกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยตรงแล้ว เบื้องต้นต้องเรียนว่า ภาคเอกชนไทยมีสินค้าหลายชนิดที่ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว จึงประเมินว่าในภาพรวมผลกระทบต่อไทยจะไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าบางชนิดที่ไม่ได้รับการยกเว้น ซึ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลต้องหารือกับภาคเอกชนอย่างละเอียด เพื่อดูว่ากลุ่มอุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด และต้องใช้มาตรการใดเข้าไปประคองหรือเสริมความสามารถในการแข่งขัน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้คือไทยต้องเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกา เพราะยังมีบางกรอบความร่วมมือที่ประเทศไทยยังดำเนินการไม่เสร็จ โดยเฉพาะ Indo-Pacific Economic Framework หรือ IPEF ซึ่งบางประเทศเจรจาเสร็จแล้วและได้รับอัตราภาษีที่ 10% ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการผลักดันให้ได้ข้อยุติ
“สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรีบเจรจากับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพราะประเทศอื่นที่เจรจาเสร็จแล้ว เขาได้อัตรา 10% แต่ไทยยังไม่ได้ ตรงนี้ท่านศุภจีกำลังเร่งดำเนินการอยู่” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า หากไทยสามารถเจรจาได้เร็ว ผลกระทบจากมาตรการภาษีจะลดลง ขณะเดียวกันรัฐบาลควรใช้จังหวะที่สหรัฐฯ หยิบยกประเด็นแรงงานบังคับขึ้นมา เป็นโอกาสในการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ นายเอกนิติ ระบุว่า การยกระดับมาตรฐานแรงงานและกระบวนการผลิต ไม่ควรมองเป็นเพียงเงื่อนไขจากต่างประเทศ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว เพราะเมื่อมาตรฐานไทยเทียบเท่าประเทศคู่แข่งได้ ต้นทุนทางการค้าจากมาตรการกีดกันจะลดลง และผู้ประกอบการไทยจะมีพื้นที่แข่งขันมากขึ้น
สำหรับผลกระทบในภาพใหญ่ นายเอกนิติ ประเมินว่า น่าจะเกิดขึ้นเพียงบางกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของกลุ่มสินค้าได้ทั้งหมดในขณะนี้ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารหรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ต้องขอดูข้อมูลให้ชัดเจนก่อน
ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า หลังจากนี้จะประชุมร่วมกับทีมเลขานุการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยให้แน่นอน ทั้งในมิติการส่งออก รายอุตสาหกรรม และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ก่อนกำหนดแนวทางเจรจาและมาตรการรองรับเพิ่มเติม
“ตอนนี้ต้องดูรายละเอียดให้ครบก่อนว่าสินค้ากลุ่มใดได้รับผลกระทบจริง แต่ในภาพใหญ่ผมคิดว่าผลกระทบจะมีไม่มาก เพราะหลายรายการได้รับการยกเว้นแล้ว ส่วนที่เหลือต้องรีบเจรจาต่อ” นายเอกนิติ กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก





