
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันการเสนอพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ให้ได้รับการรับรองเป็น “อุทยานมรดกอาเซียน” เพื่อยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ เห็นชอบเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ให้เสนอ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” เป็น อุทยานมรดกอาเซียน โดยขั้นตอนต่อไป จะมีการประเมินพื้นที่จากคณะผู้เชี่ยวชาญของศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ ASEAN Centre for Biodiversity (ACB) ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2569
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ประมาณ 296,922.22 ไร่ ครอบคลุมบางส่วนของ 4 อำเภอ ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อ.จอมทอง อ.แม่แจ่ม อ.แม่วาง และ อ.ดอยหล่อ โดยมีสัดส่วนพื้นที่ป่าธรรมชาติถึง 89.5% ของพื้นที่ทั้งหมด และเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยา
พื้นที่ดังกล่าว ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พบพรรณพืชไม่น้อยกว่า 1,271 ชนิด และสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 393 ชนิด รวมถึงชนิดพันธุ์หายาก เฉพาะถิ่น และใกล้สูญพันธุ์ เช่น กวางผา เลียงผา และชะนีมือขาว ตลอดจนพบไลเคนชนิดใหม่ 21 ชนิด ขณะที่พื้นที่กว่า 40.48% อยู่ในเขตลุ่มน้ำคุณภาพชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่ต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด
นอกจากคุณค่าด้านระบบนิเวศแล้ว “ดอยอินทนนท์” ยังมีจุดเด่นในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ระดับ 2,565 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เป็นพื้นที่เชื่อมโยงถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์สำคัญ และนกอพยพระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำที่ผลิตน้ำมากกว่า 540 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หล่อเลี้ยงมากกว่า 35 หมู่บ้าน 74 ชุมชน ทั้งในและนอกพื้นที่
“ดอยอินทนนท์ ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ แต่เป็นทั้งผืนป่าต้นน้ำ แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งกักเก็บคาร์บอน และพื้นที่ที่ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน การผลักดันสู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน จะช่วยยกระดับมาตรฐานการอนุรักษ์ และเพิ่มโอกาสให้ไทยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนมากขึ้น” น.ส.ลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกอาเซียนแล้ว 10 แห่ง หากดอยอินทนนท์ได้รับการรับรอง จะช่วยเสริมบทบาทของไทยด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การศึกษา วิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างสมดุล
สำหรับขั้นตอนการพิจารณา หลังผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญของ ACB แล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานมรดกอาเซียน เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม และการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมตามลำดับ ก่อนการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์




