ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับผลประกอบการแกร่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ (24 ก.ค.) หลังจากร่วงแรงที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี โดยนักลงทุนได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทบางแห่ง และประเมินผลกระทบที่ราคาน้ำมันในระดับสูงอาจมีต่อนโยบายการเงิน

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 644.51 จุด เพิ่มขึ้น 5.24 จุด หรือ +0.82%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,372.28 จุด เพิ่มขึ้น 73.19 จุด หรือ +0.88%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,099.00 จุด เพิ่มขึ้น 335.88 จุด หรือ +1.36%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,736.23 จุด เพิ่มขึ้น 97.06 จุด หรือ +0.91%

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีได้แรงหนุนจากหุ้น SAP ที่พุ่งขึ้น 10% หลังบริษัทซอฟต์แวร์รายงานยอดคำสั่งซื้อบริการคลาวด์คงค้าง (Current Cloud Backlog) ในไตรมาส 2 เติบโตสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปปรับขึ้น 1.7% โดยฟื้นตัวจากการร่วงลงก่อนหน้า แม้ว่าผลประกอบการรายไตรมาสของ STMicroelectronics และ BE Semiconductor ที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี จะไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนได้

นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ระบุว่า ปัญหาใหญ่ 2 ประการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ คือ การใช้จ่ายด้านการลงทุน (Capex) ไม่ได้ได้รับการสนับสนุนจากกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป และ AI แบบโอเพนซอร์สที่มีต้นทุนต่ำกว่ากำลังคุกคามรูปแบบธุรกิจอย่างจริงจัง

ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีใน STOXX 600 ปรับขึ้นเกือบ 17% แล้วในปีนี้ เป็นรองเพียงหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นราว 32%

หุ้น Neste ร่วงลง 6.4% หลังผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและผู้กลั่นน้ำมันจากฟินแลนด์รายงานกำไรหลักในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อย

ผู้กำหนดนโยบาย 3 รายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุในวันศุกร์ว่า ECB อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง หลังจาก ECB คงอัตราดอกเบี้ยไว้เมื่อวันพฤหัสบดี แต่ยังเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตลาดยังคงคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และให้น้ำหนักราว 70% ที่จะมีการปรับขึ้นอีก 0.25% ภายในสิ้นปี 2569

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10% และ 12.5% สำหรับสินค้าจากคู่ค้า 60 ประเทศ โดยอ้างว่าหลายประเทศบังคับใช้มาตรการห้ามใช้แรงงานบังคับอย่างไม่เข้มงวด ขณะที่มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกชั่วคราวในอัตรา 10% ได้สิ้นสุดลงแล้ว

สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Volkswagen ปรับตัวลงราว 1% หลังผู้ผลิตรถยนต์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของรายได้ หลังกำไรไตรมาส 2 ลดลง 9.5%

ด้านหุ้น Valmet พุ่งขึ้น 22% และมีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ กระดาษ และพลังงาน รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าคาด พร้อมประกาศแผนแยกธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น

ส่วนหุ้น Securitas ของสวีเดน ร่วงลง 11% และมีแนวโน้มเผชิญการปรับตัวลงรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2549 หลังผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยรายงานกำไรหลักในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช