ครม.ไฟเขียว รฟม.ทดรองจ่ายค่างานโยธาสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม 9.4 พันลบ.

ครม. เห็นชอบให้นำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทดรองจ่าย รายการเงินสนับสนุนค่างานโยธา ตามสัญญาสัมปทานฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 9,414 ล้านบาท

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้นำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทดรองจ่าย รายการเงินสนับสนุนค่างานโยธา ตามสัญญาสัมปทานฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม [สัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ -ศูนย์วัฒนธรรม [สัญญาร่วมทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)] สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 9,414,200,477 บาท ตามนัยมาตรา 75 (2) แห่ง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณ คืนให้ รฟม. ทั้งจำนวนต่อไป

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า สำนักงบประมาณพิจารณาแล้ว มีความเห็นว่า สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) กำหนดให้ รฟม. สนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธา ช่วงตะวันตก พร้อมดอกเบี้ยระหว่างการก่อสร้างตามที่เกิดขึ้นจริงให้แก่ผู้ร่วมลงทุน โดยทยอยชำระเป็นรายปีตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งจะครบกำหนดชำระ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีวงเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทาน จำนวน 20,328,681,777 บาท

ทั้งนี้ รฟม. ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รายการเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 10,914,481,300 บาท และส่วนที่เหลือได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขอรับจัดสรรงบประมาณ ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562

อย่างไรก็ดี เนื่องจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมีอยู่อย่างจำกัด และมีความจำเป็นต้องสำรองไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการเร่งด่วนต่าง ๆ อาทิ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติ การป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … อยู่ระหว่างกระบวนการเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งอาจไม่ทันกำหนดเวลาที่ต้องชำระเงิน ประกอบกับสถานะการเงินของ รฟม. ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีกำไรสะสมจากการดำเนินงาน จำนวน 30,736,951,109 บาท

ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของทางราชการ และลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทระหว่างภาครัฐและผู้ร่วมลงทุน และป้องกันภาระงบประมาณที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระตามสัญญา จึงเห็นสมควรให้ รฟม. ดำเนินการเจรจากับผู้ร่วมลงทุนถึงความเป็นไปได้ในรูปแบบต่าง ๆ ของการจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานฯ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

หากมีความจำเป็นต้องจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานฯ ภายในวงเงินและกำหนดการชำระเติม ขอให้พิจารณาใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณเงินสะสม หรือรายได้ของหน่วยงาน ในโอกาสแรกก่อน และให้ รฟม. จัดทำแผนการปฏิบัติงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ ขอให้ รฟม. ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรฐานของทางราชการให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์