ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้ารีบาวด์ตามตปท. แรงซื้อกลับหุ้นเทค-น้ำมันย่ออาจกดดันกลุ่มพลังงาน

นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่ารีบาวด์กลับมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังจากเมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นและมีแรงซื้อกลับหุ้นเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุน Sentiment ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับขึ้นตาม แม้สหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2/69 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่เงินเฟ้อ PCE เป็นไปตามคาด ไม่ได้ส่งแรงกดดันเพิ่มเติม ประกอบกับราคาน้ำมันย่อตัวลงมาบ้างแล้ว แต่อาจกดดันหุ้นกลุ่มน้ำมันในตลาดหุ้นไทยบ้าง พร้อมแนวต้าน 1,610-1,615 จุด แนวรับ 1,585-1,590 จุด

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดว่ารีบาวด์กลับตัวขึ้นมา ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังจากเมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น โดยมีแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีกลับเข้ามาหนุน ซึ่งเป็น Sentiment หนุนให้กับตลาดหุ้นเอเชียและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในวันนี้เช่นเดียวกัน

ขณะที่เมื่อคืนนี้มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในไตรมาส 2/69 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่ในส่วนของดัชนีเงินเฟ้อ PCE ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ ไม่ได้เป็นประเด็นที่กดดันเข้ามาเพิ่มเติมให้กับตลาด และทำให้ตลาดผ่อนคลายกังวลเงินเฟ้อลงในระยะสั้น แต่ตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจจะมีแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มน้ำมันบ้าง หลังจากราคาน้ำมันมีการย่อตัวลง

พร้อมให้แนวต้าน 1,610-1,615 จุด แนวรับ 1,585-1,590 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (30 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่  52,208.06 จุด เพิ่มขึ้น 613.92 จุด หรือ +1.19%    , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่  7,437.63 จุด เพิ่มขึ้น 121.48 จุด หรือ +1.66%    และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,122.18 จุด เพิ่มขึ้น 679.24 จุด หรือ + 2.78% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 61,957.10 จุด เพิ่มขึ้น 89.67 จุด หรือ +0.14%   , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,837.72 จุด ลดลง 21.16 จุด หรือ -0.08% ,   และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ  3,833.54 จุด เพิ่มขึ้น 28.85 จุด หรือ +0.76% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 14% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (30 ก.ค. ) 1,598.11 จุด ลดลง 26.36 จุด (-1.62%) มูลค่าซื้อขาย 112,047.42  ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (30 ก.ค.) 1,743.42  ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (30 ก.ค.) ลดลง 87 เซนต์ หรือ 1.03% ปิดที่ 83.59  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (30 ก.ค.) อยู่ที่ 35.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.40 แข็งค่าตามเยน-รับดอลลาร์อ่อนค่า คาดกรอบวันนี้ 33.30-33.50 

– ผู้ว่าแบงก์ชาติ ห่วง สถานการณ์ “หนี้” ชี้ยังเป็นขาขึ้น เอ็นพีแอล “เอสเอ็มอี” พุ่งแตะ 9.5% สวนทางรายใหญ่ หนี้เสียต่ำแค่ 1.5% ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำสูง ขณะที่เศรษฐกิจซึมต่ำกว่าศักยภาพ K-Shaped รุนแรงยิ่งขึ้น 

– “กระทรวงคมนาคม” ดันสร้างรถไฟสายใหม่ Missing Link ช่วงชุมพร-ท่าเรือระนอง 110 กม. วงเงิน 27,000 ล้านบาท หลังเล็งพับแผนแลนด์บริดจ์ ล่าสุดการรถไฟฯ อยู่ระหว่างจัดทำ EIA คาดเปิดประกวดราคาปี 70 

– สคส. ลุยสอบกรณีข้อมูลผู้ใช้ TSD Investor Portal รั่ว 200,000 ราย สั่ง TSD ส่งข้อมูล-หลักฐานเชิงลึกเพิ่ม พร้อมมาตรการเยียวยา “ประธานบอร์ดตลท.” เร่งอัปเกรดระบบ “ภัยไซเบอร์” พร้อมนำเทคโนโลยี “เอไอ” ระดับสากลเข้าช่วยตรวจสอบ ย้ำชัดข้อมูลที่หลุดไปยังไม่สามารถใช้ดูดเงินได้ “บล.เอเซีย พลัส” ชี้ส่งผลกระทบบรรยากาศลงทุนช่วงสั้น 

– นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเดินหน้าเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อยื่นข้อเสนอขอขยายรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 ในอัตรา 12.5% เพิ่มเติมอีก 7 กลุ่มสินค้า รวม 78 พิกัดศุลกากร เพื่อช่วยดูแลผู้ประกอบการไทย และลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกให้ได้มากที่สุด หลังจากก่อนหน้านี้สหรัฐได้ขยายรายการสินค้าได้รับการยกเว้นภาษีจากเดิม 1,655 รายการ เพิ่มขึ้นเป็น 2,120 รายการมาแล้ว 

– EXIM BANK รุกตลาดฟิลิปปินส์เต็มสูบสำรวจศักยภาพการค้า-การลงทุน ณ กรุงมะนิลา ชูเป็น “VIP Market” ควบคู่เวียดนาม-อินโดนีเซีย มองเศรษฐกิจโตแรง ประชากรกว่า 110 ล้านคน กำลังซื้อขยายตัวต่อเนื่อง หนุนผู้ประกอบการไทยบุกอาเซียนผ่านบทบาท Export Co-pilot

– นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ระบบคลาวด์ การประมวลผลสมรรถนะสูง และระบบสื่อสารความเร็วสูง ได้ผลักดันให้ “เทคโนโลยีโฟโตนิกส์” มีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการส่งข้อมูลด้วยแสงผ่านสายใยแก้วนำแสงสามารถรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลได้ด้วยความเร็วสูง ใช้พลังงานต่ำ และลดการสูญเสียของสัญญาณเมื่อเทียบกับการ ส่งสัญญาณด้วยไฟฟ้า จึงกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่  

*หุ้นเด่นวันนี้

-GULF (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 74 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 2/69  เด่น +63%y-y, +24%q-q ศักยภาพลงทุนสูง อิง IBD/E ต่ำ 1.1 เท่า ฐานสูง 3.4 แสนล้านบาท พร้อมรับโอกาส CAPEX cycle หลักๆ ดิจิทัล ไฟฟ้าหมุนเวียนเต็มที่3) PER26F ที่ AVG. vs กำาลังเข้ารอบเติบโตใหม่ 

-ITC (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21 บาท กำไรปกติไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 725 ลบ. -16%q-q, +2%y-y ใกล้เคียงคาด แม้ต้นทุนเริ่มสูงขึ้น แต่ฝั่งรายได้แข็งแรงโดยมาจากการขึ้นราคาขายเป็นหลัก แนวโน้มรายได้ H2/69 สดใส เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 จะโตทั้ง q-q และ y-y หลังทยอยปรับขึ้นราคากับลูกค้าสอดคล้องกับนโยบาย cost plus pricing และคาดกำไรจะปรับขึ้นทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/69 ตามปัจจัยฤดูกาล คงคาดกำไรปี 69 +19%y-y และมีดีล M&A เป็น Upside

-HANA (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 52.00 บาท ตลาดหุ้น Risk-on นำโดย Nasdaq +2.8% หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ Core PCE ต่ำกว่าคาดคลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย การเติบโตเร่งขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง เราคาดกำไร H2/69 โตเด่น 114% HOH สูงสุดในกลุ่ม ตามรับรู้รายได้โรงงานใหม่และการขาดทุนของ PMS และ HTI ที่ลดลง

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน