ศาลยืนคำสั่งแบน “พาราควอต” ชี้ประกาศ ก.อุตฯ ชอบด้วยกม. มุ่งคุ้มครองสุขภาพประชาชน

นายวราวุธ  ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จากกรณีที่ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาในคดีที่บริษัทผู้ผลิตและนำเข้าสารเคมีเกษตรกับพวก ยื่นฟ้องขอเพิกถอนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ยกระดับ “พาราควอต” และ “คลอร์ไพริฟอส” เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยศาลมีคำวินิจฉัยว่า การออกประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สาธารณะ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน จึงชอบด้วยกฎหมายนั้น

ทางกระทรวงอุตสาหกรรม แสดงความขอบคุณต่อคำพิพากษาดังกล่าว ซึ่งคำวินิจฉัยนี้ถือเป็นหลักสำคัญที่ยืนยันการดำเนินงานของกระทรวง ในการใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ สุขภาพของประชาชน และวิถีชีวิตของชุมชน โดยกระทรวงจะน้อมรับแนวคำพิพากษา และดำเนินการทุกขั้นตอนตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และใช้แนวคำวินิจฉัยของศาลเป็นหลักในการกำหนดแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานต่อไป

“คำพิพากษาครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบรรทัดฐานสำคัญของการบริหารราชการ ที่ตอกย้ำว่า การทำงานของภาครัฐต้องตั้งอยู่บนหลักกฎหมาย หลักวิชาการ และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ โดยกระทรวงฯ พร้อมนำแนวคำวินิจฉัยของศาล มาใช้เป็นแนวทางในการยกระดับการกำกับดูแลวัตถุอันตราย และกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน” นายวราวุธ กล่าว

ทั้งนี้ การกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมของกระทรวงฯ จะให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการคุ้มครองสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน โดยทุกมาตรการจะต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม มีความโปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ จะไม่แลกมาด้วยคุณภาพชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ จะเดินหน้าผลักดันนโยบายอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) อย่างจริงจัง เพื่อยกระดับภาคการผลิตไทยสู่มาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารอันตราย และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสะอาด ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยยืนยันว่าจะยึดแนวคำพิพากษาของศาลเป็นหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย และการบังคับใช้กฎหมายในระยะต่อไป

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์