ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (4 ส.ค.) โดยปรับตัวตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (3 ส.ค.) ขานรับความหวังในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ปิดที่ 9,145.80 จุด เพิ่มขึ้น 126.5 จุด หรือ +1.40%
ดัชนี All Ordinaries [XAO.X] ปิดที่ 9,311.90 จุด เพิ่มขึ้น 133.50 จุด หรือ +1.45%
ตลาดหุ้นออสเตรเลียได้รับแรงหนุนจากการปิดทำนิวไฮของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน พร้อมกับยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน แม้อิหร่านออกมาปฏิเสธในเรื่องนี้ก็ตาม
การร่วงลงของราคาน้ำมันได้ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ดิ่งหลุดจากระดับ 4.7% ในวันจันทร์ ทั้งนี้ การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาตราสารหนี้ทั่วโลกซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองด้วยนั้น ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในการชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น โดยหุ้น Xero พุ่งขึ้น 3.5%, หุ้น Technology One พุ่งขึ้น 3.3% และหุ้น WiseTech Global บวก 3%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) เปิดเผยว่า การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.2% และเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์เช่นกัน หลังผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





