สหรัฐฯ ย้ำเตือนพลเมืองห้ามเดินทางไปเกาหลีเหนือ เหตุยังเสี่ยงสูงถูกจับกุม-ขังยาว

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำเตือนชาวอเมริกันห้ามเดินทางไปเกาหลีเหนือ “ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม” โดยให้เหตุผลว่ายังคงมีความเสี่ยงร้ายแรงที่พลเมืองจะถูกจับกุมและกักขังเป็นเวลานานในประเทศที่ปิดตัวจากโลกภายนอกแห่งนี้

“รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพลเมืองอเมริกัน ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการต่างประเทศจึงยังคงคำแนะนำการเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (ชื่อทางการของเกาหลีเหนือ) ไว้ที่ระดับ 4 หรือ ห้ามเดินทาง'” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว

โฆษกกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวเพื่อตอบคำถามของสำนักข่าวยอนฮับ หลังจากที่ โรเบิร์ต คิง อดีตผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ด้านสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากคำสั่งห้ามเดินทางเป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นแก่เกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังคงคำเตือนดังกล่าว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ ยังคงเปิดกว้างต่อการเจรจากับรัฐบาลเปียงยาง “โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้า”

เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ประกาศ Federal Register ระบุถึงการขยายมาตรการห้ามเดินทางออกไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. ปีหน้า เนื่องจากมาตรการปัจจุบันกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 31 ส.ค. นี้ โดยคำสั่งห้ามนี้ได้รับการขยายเวลาต่ออายุเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้คำสั่งห้ามเดินทางดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนก.ย. 2560 หลังจากเกาหลีเหนือปล่อยตัว ออตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาชาวอเมริกัน ซึ่งถูกกักขังนาน 17 เดือนในข้อหาทำกิจกรรมต่อต้านรัฐ (Anti-state) โดยวอร์มเบียร์ถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดในสภาพเจ้าชายนิทราและเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/รัตนา พงศ์ทวิช