World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

  • ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (10 ส.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่

ณ เวลา 06.44 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลง 125 จุด หรือ -0.23% แตะที่ 54,027 จุด

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ดีดตัวขึ้น 58 เซนต์ หรือ +0.74% แตะที่ 78.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • ความหวังที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้บรรลุข้อตกลงในการเปิดทางให้เรือสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญนั้นเริ่มเลือนรางลงในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากอิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาโดยตรงใด ๆ กับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปิดเส้นทางน้ำดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าว CNBC เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ว่าข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ใกล้จะเกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว Axios ในวันอาทิตย์ (9 ส.ค.) ว่า สหรัฐฯ มีการเจรจากับอิหร่านเพียง “กึ่งหนึ่ง” เท่านั้น และต้องการให้อิหร่านเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อไป

  • นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพุธนี้ (12 ส.ค.) และจากนั้นจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.)โดย รัตนา พงศ์ทวิช
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมลงทุน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการเหมืองแร่สำคัญ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่จีนมีบทบาทครอบงำ

ทรัมป์กล่าวในการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า โครงการเหล่านี้จะสร้างงานหลายพันตำแหน่ง และช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมระบุว่า รัฐบาลกำลังผลักดันให้คนงานเหมืองกลับมาทำงาน และนำสหรัฐฯ กลับสู่สถานะมหาอำนาจด้านแร่ธาตุของโลก

หนึ่งในโครงการสำคัญคือข้อตกลงเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Sila Nanotechnologies จากสำนักงาน Office of Strategic Capital ในสังกัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขยายการผลิตแอโนดซิลิคอนสำหรับแบตเตอรี่และเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

  • ออสเตรเลียพบกรณีการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เพิ่มขึ้นเกิน 200 ราย ขณะที่รัฐวิกตอเรียทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออกมาตรการใหม่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์รุนแรงในสัตว์ปีก

กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ของออสเตรเลีย (DAFF) ระบุว่า ณ วันเสาร์ที่ 8 ส.ค. มีการพบกรณีการติดเชื้อ H5N1 ที่ได้รับการยืนยันหรือมีผลตรวจเป็นบวกที่เข้าข่ายสงสัยทั้งหมด 203 รายทั่วประเทศ

จำนวนกรณีการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้น 290% ในเดือนส.ค.จนถึงขณะนี้ จาก 52 ราย ณ สิ้นเดือนก.ค.

  • ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่านยืนยันอีกครั้งว่า อิหร่านยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าการเจรจาเพื่อปกป้องสิทธิของประเทศ พร้อมย้ำว่า อิหร่านจะไม่ถูกบังคับให้ยอมจำนน

เปเซชเคียนกล่าวในบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานประธานาธิบดีเมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) โดยปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาลอิหร่านในการเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ และลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติสงคราม

เปเซชเคียนระบุว่า อิหร่านยังคงปฏิบัติตามพันธกรณีของตน ตราบใดที่สหรัฐฯ ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ MoU พร้อมระบุว่า หากสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีในส่วนใด อิหร่านก็ไม่มีพันธกรณีที่จะต้องดำเนินการต่อ

  • สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์นิรนามชาวรัสเซียอ้างว่ามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่แสดงให้เห็นว่า องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการโจมตีดินแดนรัสเซีย

รายงานระบุว่า เอกสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการโจมตีคลังน้ำมันในแคว้นเลนินกราดและแคว้นคาลินินกราดของรัสเซียโดยกองทัพยูเครนในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

แฮกเกอร์นิรนามรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทาสส์ว่า หลักฐานที่กลุ่มแฮกเกอร์ได้มาระบุว่า นายบาร์ต เดอ วัคเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองของนาโต ได้ส่งข้อมูลข่าวกรองที่มีพิกัดของคลังน้ำมันในทั้งสองแคว้นของรัสเซีย รวมถึงพิกัดของเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของบริษัทก๊าซพรอม ให้แก่หน่วยงานความมั่นคงของยูเครน (SBU)

  • นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลงในเดือนก.ค. สวนทางกับก่อนหน้านี้ที่นักลงทุนต่างก็คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว

เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 59.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 33.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.1% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.2%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช