
พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” (Dolphin) พัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีน 2 ครั้งเมื่อเย็นวันอาทิตย์ (9 ส.ค.) ส่งผลให้ระบบขนส่งอัมพาตและต้องปิดสนามบินหลัก 2 แห่งในนครเซี่ยงไฮ้ แม้ปัจจุบันจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน แต่ยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือพร้อมหอบฝนตกหนักสะสมสูงสุดถึง 400 มิลลิเมตร ซึ่งทางการจีนเตือนว่า ฝนที่ตกหนักระลอกนี้กำลังมุ่งหน้าสู่พื้นที่ตอนใน และเสี่ยงทำลายพืชผลเศรษฐกิจสำคัญอย่างข้าวโพดและข้าวบาร์เลย์ ที่อยู่ระหว่างเริ่มเก็บเกี่ยวในเดือนนี้ รวมถึงถั่วเหลือง ที่มีกำหนดเก็บเกี่ยวในเดือนหน้า
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีน (CMA) ระบุว่า ฝนตกหนักและพายุฝนฟ้าคะนองจะพัดถล่มกินพื้นที่กว้างรอบแม่น้ำแยงซีทางตะวันออก ครอบคลุม 5 มณฑลใหญ่ ได้แก่ เจ้อเจียง เจียงซู อานฮุย หูเป่ย์ และเหอหนาน ในช่วงวันที่ 10–11 ส.ค. นี้
เจมส์ คารอน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการอุตุนิยมวิทยาประจำอเมริกาเหนือและเอเชียจาก Atmospheric G2 กล่าวว่า พายุลูกนี้ยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือ ซึ่งอาจทำให้เกิด “ฝนตกหนักในพื้นที่ตอนในของประเทศอย่างมาก” จนสร้างความเสียหายแก่พื้นที่เกษตรกรรม พร้อมระบุว่า ฝนตกหนัก “ในช่วงเวลานี้ของฤดูเพาะปลูก” อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
นอกจากนี้ หน่วยงานอุตุฯ ระบุในรายงานเมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่า “ลมกระโชกแรงและฝนตกหนักจะทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตร พืชผลหักโค่น ผลไม้แตกและร่วงหล่น รวมถึงทำความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างและอุปกรณ์ทางการเกษตรและการประมง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเก็บเกี่ยวผลไม้ที่สุกงอม”
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





