BAY คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.80-33.40 จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ หลังจ้างงานแผ่ว

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.05 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.03-33.45 บาท/ดอลลาร์

โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ ขณะที่รูปแบบเดิมของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่สลับไปมาระหว่างการยกระดับ และการลดระดับความตึงเครียด ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่ามีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ววัน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี อิหร่านมีแผนที่จะห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะกำหนดให้ประเทศที่ถือเป็นฝ่ายตรงข้าม ต้องจ่ายค่าชดเชยก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เส้นทางเดินเรือดังกล่าว

ทางด้านเงินเยน มีเสถียรภาพมากขึ้น หลังสหรัฐฯ เข้าร่วมพยุงค่าเงินกับญี่ปุ่น พร้อมส่งสัญญาณว่าญี่ปุ่นสามารถใช้วงเงิน FIMA Repo Facility ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อจัดหาเงินดอลลาร์สำหรับการแทรกแซงค่าเงินเยนในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ถืออยู่

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 8,964 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 9,579 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลขเงินเฟ้อ และยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ โดยสื่อรายงานว่า ประธานเฟดพร้อมจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน หากข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าออกมาร้อนแรง รายงานดังกล่าว สะท้อนถึงความไม่สบายใจของประธานเฟด ต่อปฏิกิริยาของตลาดหลังการประชุมรอบล่าสุด ซึ่งส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ชันขึ้นอย่างมาก

อนึ่ง การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ข้อมูลย้อนหลังบ่งชี้ว่าการจ้างงานเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน ถูกทบทวนลง 103,000 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับที่รายงานก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานลดลงสู่ 4.1% เนื่องจากมีประชาชนออกจากกำลังแรงงาน

สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากผลของราคาน้ำมัน โดยเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ 1-3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมพลังงานและอาหารสด อยู่ที่ 1.34% โดยกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มสูงขึ้นในเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะอยู่ที่ 2.09% ในไตรมาส 3 โดยยังคงประมาณการเงินเฟ้อสำหรับปีนี้ ไว้ที่ 1.5-2.5%

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์