
อินโดนีเซียเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและไฟบนพื้นที่เกษตรใน 6 จังหวัด หลังหมอกควันเริ่มส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในมาเลเซียด้วย ขณะที่ทางการระดมเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินเข้าดับไฟ พร้อมเดินหน้าทำฝนเทียม
รัฐบาลกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังหลัก 6 จังหวัด ได้แก่ เรียว จัมบี และสุมาตราใต้บนเกาะสุมาตรา รวมถึงกาลิมันตันตะวันตก กาลิมันตันกลาง และกาลิมันตันใต้บนเกาะบอร์เนียว ขณะที่ยังมีรายงานไฟไหม้ในพื้นที่อื่นของเกาะชวา ปาปัว และนูซาเต็งการา
รายงานระบุว่า สถานการณ์ไฟป่ารุนแรงขึ้นจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่คาดว่าจะยืดเยื้อในปีนี้ ท่ามกลางอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้ง ไฟป่า และมลพิษทางอากาศ
ดจามารี ชานีอาโก รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงของอินโดนีเซีย กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง เนื่องจากสภาพอากาศขณะนี้เอื้อให้ไฟลุกลาม พร้อมระบุว่า อาจมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเอลนีโญผ่านจุดรุนแรงสูงสุดในอินโดนีเซียแล้ว
ดจามารีเสริมว่า ทางการได้ระดมเฮลิคอปเตอร์ 43 ลำ และเครื่องบิน 15 ลำเข้าปฏิบัติการควบคุมไฟ พร้อมทำฝนเทียมเพื่อกระตุ้นการก่อตัวของฝน แต่การดำเนินงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีเมฆฝนไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ สถานการณ์หมอกควันยังส่งผลข้ามพรมแดนไปถึงมาเลเซีย โดยข้อมูลจากกรมสิ่งแวดล้อมมาเลเซียระบุว่า พื้นที่ 11 แห่งในรัฐซาราวัก ซึ่งมีพรมแดนติดกับอินโดนีเซียบนเกาะบอร์เนียว มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพในวันนี้ (11 ส.ค.) ขณะที่ทางการมาเลเซียสั่งให้โรงเรียนงดกิจกรรมนอกอาคาร หากอุณหภูมิสูงเกินไปหรือดัชนีคุณภาพอากาศเกิน 100
ในเมืองปอนเตียนัก เมืองหลวงของกาลิมันตันตะวันตก ทางการสั่งให้โรงเรียนเปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนออนไลน์ทั้งหมด หลังหมอกควันทำให้คุณภาพอากาศในเมืองลดลง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียระบุว่า ตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย. มีพื้นที่ถูกไฟไหม้แล้วราว 107,465 เฮกตาร์ เพิ่มขึ้น 110% จากช่วงเดียวกันของปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่อินโดนีเซียเผชิญผลกระทบจากเอลนีโญครั้งล่าสุด
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช




