กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับลูกสภาผู้บริโภคสอบเบื้องลึก”นพ.สรณ”ยื้อนั่งประธานกสทช. กองทุน USO 5.6 พันลบ. กลิ่นหึ่ง!

ตัวแทนสภาคุ้มครองผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หลังกรรมการสรรหาฯ มีมติให้ขาดคุณสมบัติประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งภายหลังจากมีมติดังกล่าว พบความพยายามเรียกประชุมบอร์ด กสทช. ถึง 3 ครั้ง และในวันนี้เป็นการเรียกประชุมครั้งที่ 4 ซึ่งไม่สามารถดำเนินการประชุมได้เช่นกัน

ตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ทางสภาฯ ต้องการให้ กมธ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็น ดังนี้

– ประเด็นแรกคือการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการ กสทช. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ที่ปล่อยให้นพ.สรณเข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม, 5 สิงหาคม และ 6 สิงหาคม โดยไม่มีการยับยั้ง ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

– ประเด็นต่อมาคือกรณีที่นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 หลังจากได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ซึ่งอาจเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อประธานวุฒิสภา และอาจเป็นการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นใดอันขัดต่อพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (พ.ร.บ. กสทช.)

– นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังขอให้ตรวจสอบกรณีภายหลังจากคณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัยแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีไม่สั่งการให้นพ. สรณหยุดปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงตรวจสอบว่ากรรมการ กสทช. และนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าหรือไม่ จนเป็นเหตุให้การประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 27 กรกฎาคม, 5 สิงหาคม และ 6 สิงหาคม ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งอาจเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวว่า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันที่ 13 สิงหาคม โดยจะตรวจสอบประเด็นภายหลังมีมติว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ รวมถึงพิจารณาว่าเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ที่ได้รับจะต้องมีการชดเชยย้อนหลังหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้นายกรัฐมนตรีจะได้ลงนามทูลเกล้าฯ มติของคณะกรรมการสรรหาไปแล้ว แต่การดำเนินการจะเสร็จสิ้นเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอน

นอกจากนี้ กมธ.จะพิจารณาว่าเหตุใด นพ.สรณ จึงดึงดันที่จะลงนามโครงการกองทุน USO วงเงินประมาณ 5.6 พันล้านบาท โดยมีข้อสังเกตว่าโครงการดังกล่าวเดิมมีรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ชนะการประมูล แต่มีการยกเลิกและเปลี่ยนโครงการ ก่อนที่ USO จะได้รับงาน

“เหตุใดนพ.สรณจึงยื้อที่จะนั่งประธาน กสทช. และมีความพยายามที่จะประชุมให้ได้หลายต่อหลายครั้ง ดิฉันมีข้อมูลที่จะชี้แจงในที่ประชุมกรรมาธิการวันพฤหัสบดีนี้ว่าเหตุใดถึงดึงดันเหลือเกิน เพราะมีความพยายามที่จะต้องลงนามโครงการของกองทุนยูโซ่ งบประมาณประมาณ 5,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครือข่ายทุนที่พอจะเดาได้ว่าเป็นกลุ่มใด และมีความไม่ชอบมาพากล เพราะโครงการยูโซ่ครั้งนี้จริงๆ แล้วมีรัฐวิสาหกิจประมูลได้แล้ว แต่มีการยกเลิกและเปลี่ยนโครงการไป สุดท้ายได้เอกชนกลุ่มนี้” น.ส.ภคมน กล่าว