กลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ และอ้างว่าได้โจมตีเรือขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารของซาอุดีอาระเบียในบริเวณช่องแคบดังกล่าวเช่นกัน
ยะห์ยา ซารี โฆษกของกลุ่มฮูตียืนยันในวันอังคาร (11 ส.ค.) ว่า ทางกลุ่มได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากโจมตีเรือสินค้า และเรือขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารของซาอุดีอาระเบีย ในบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ อีกทั้งอ้างว่าได้โจมตีกองกำลัง คลังอาวุธ และศูนย์บัญชาการของซาอุดีอาระเบีย ในเมืองมอชา และโจมตีค่ายทหารทาดาวิน ในจังหวัดมาริบ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่กองกำลังยามฝั่งของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเยเมนระบุว่า เรือบรรทุกสินค้า “ติฮามาห์” (Tihamah) ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหลายระลอก ขณะแล่นผ่านช่องบับเอลมันเดบเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 10 ราย โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้น เป็นลูกเรือชาวปากีสถาน 3 ราย และชาวอินโดนีเซีย 1 ราย ส่วนอีก 2 รายเป็นสมาชิกของกองพลน้อยที่ 2 แห่งกองกำลังฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเยเมน
ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก เชื่อมระหว่างอ่าวเอเดนกับตอนใต้ของทะเลแดง และเป็นเส้นทางหลักสำหรับการขนส่งพลังงาน รวมถึงการค้าระหว่างประเทศที่เข้าและออกจากคลองสุเอซ
ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูตีส่งสัญญาณว่ายังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับซาอุดีอาระเบีย แต่จะเดินหน้าโจมตีเรือพาณิชย์และเป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้องกับซาอุดีอาระเบีย หากข้อเรียกร้องของกลุ่มไม่ได้รับการตอบสนอง
โมฮัมเหม็ด อับดุล-ซาลาม หัวหน้าคณะเจรจาและโฆษกของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า การโจมตีเรือและกองกำลังที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในช่วงที่ผ่านมา เป็นการตอบโต้ต่อการที่ซาอุดีอาระเบียโจมตีพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี โดยเฉพาะการโจมตีสนามบินซานาเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งทำให้เครื่องบินของอิหร่านที่บรรทุกคณะผู้แทนของกลุ่มฮูตีไม่สามารถลงจอดได้
อับดุล-ซาลามยังกล่าวหาซาอุดีอาระเบียว่าเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี, จำกัดการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือโฮไดดาห์ในทะเลแดง รวมทั้งกดดันธนาคารและธุรกิจต่าง ๆ
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างกลุ่มฮูตีและซาอุดีอาระเบีย โดยในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อพื้นที่ในเยเมนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเยเมน รวมทั้งเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย และเรือพาณิชย์ที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบีย
ทั้งนี้ เยเมนตกอยู่ในความขัดแย้งนับตั้งแต่ปลายปี 2557 เมื่อกลุ่มกบฏฮูตีสามารถยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ รวมทั้งกรุงซานา ซึ่งเป็นเมืองหลวง กระทั่งในปี 2558 กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียได้เข้ามาแทรกแซงทางทหาร เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
ต่อมา สหประชาชาติได้เข้าไกล่เกลี่ยจนมีการบรรลุข้อตกลงพักรบในเดือนเม.ย. 2565 และสิ้นสุดลงในอีก 6 เดือนต่อมาโดยไม่มีการต่ออายุอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี การหยุดยิงโดยพฤตินัยที่เปราะบางยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่สถานการณ์จะกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





