
สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) ว่า สโมสรระดับตำนานแห่งสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (NBA) อย่าง “ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส” (Los Angeles Lakers) เตรียมเปลี่ยนมือเจ้าของอีกครั้งในเวลาไม่ถึง 1 ปี หลังบรรลุข้อตกลงขายกิจการให้แก่กลุ่มทุนที่นำโดย บ็อบ ไอเกอร์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของดิสนีย์ (Disney) และ โจชัว คุชเนอร์ ผู้เป็นน้องชายของ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจาก NBA ก็จะกลายเป็นการซื้อขายสโมสรกีฬาอาชีพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลกทันที
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หากได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการบริหารของ NBA ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาหลายสัปดาห์ ข้อตกลงนี้จะทำลายสถิติเดิมของ มาร์ก วอลเตอร์ เจ้าของทีมเบสบอล ลอสแอนเจลิส ดอดเจอร์ส (LA Dodgers) ที่เพิ่งเข้าซื้อทีมเลเกอร์สไปจากตระกูลบัสส์เมื่อปี 2568 ด้วยมูลค่าประเมินในขณะนั้นที่ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนหน้านี้ คุชเนอร์และไอเกอร์ได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนร่วมตั้งทีมบาสเกตบอลน้องใหม่ที่จะขยายเพิ่มเข้ามาในลีก NBA ในเมืองลาสเวกัสและซีแอตเทิล อย่างไรก็ตาม ทั้งสองได้ตัดสินใจเปลี่ยนแผนมาทุ่มข้อเสนอมหาศาลเพื่อเข้าครอบครองสโมสรกีฬาที่มีมูลค่าและชื่อเสียงมากที่สุดในโลกทีมหนึ่งแทน
คุชเนอร์และไอเกอร์ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า “ในฐานะแฟนบาส NBA มาตลอดชีวิต เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เข้ามาเป็นผู้ดูแลสโมสรกีฬาระดับไอคอนของโลกอย่าง ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ความมุ่งมั่นระยะยาวของเราคือการต่อยอดจากรากฐานเดิมที่มีอยู่ ลงแข่งขันในระดับสูงสุด และทุ่มเทรับใช้สโมสรอันยอดเยี่ยมแห่งนี้ รับใช้แฟน ๆ ตลอดจนรับใช้เมืองลอสแอนเจลิส”
สำหรับการขายกิจการในครั้งนี้ วอลเตอร์จะขายเฉพาะหุ้นในส่วนของทีมเลเกอร์สเท่านั้น โดยสโมสรอื่น ๆ ในเครือ เช่น ทีมเบสบอล ลอสแอนเจลิส ดอดเจอร์ส และทีม ลอสแอนเจลิส สปาร์กส์ ในลีกบาสเกตบอลหญิงอาชีพ (WNBA) จะไม่รวมอยู่ในข้อตกลงนี้แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า วอลเตอร์กำลังถูกอัยการรัฐบาลกลางและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ทำการสอบสวน หลังถูกสงสัยว่าอาจทุจริตทางการเงินในธุรกิจประกันภัยและบริษัทในเครือ
สำหรับประวัติของผู้ซื้อนั้น คุชเนอร์ ในวัย 41 ปี เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเวนเจอร์แคปปิตอล “ไธรฟ์ แคปปิตอล” (Thrive Capital) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งรวมถึงดำรงตำแหน่งรองประธานของ “ออสการ์ เฮลธ์” (Oscar Health)
คุชเนอร์ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการลงทุนด้านกีฬา โดยปัจจุบันเขาถือหุ้นส่วนน้อยในทีมไมอามี ฮีต (Miami Heat) ซึ่งเขาจำเป็นต้องขายหุ้นดังกล่าวออกไปเพื่อบรรลุข้อตกลงซื้อทีมเลเกอร์สในครั้งนี้ และในอดีตเขายังเคยถือหุ้นส่วนน้อยในทีมเมมฟิส กริซซลีส์ (Memphis Grizzlies) อีกด้วย โดยบริษัทลงทุนของเขาก็เพิ่งจะขยายพอร์ตการลงทุนเข้าสู่วงการกีฬาผ่านกิจการถือครองระยะยาวเมื่อเร็ว ๆ นี้
ขณะเดียวกัน ไอเกอร์ ในวัย 75 ปี ได้ก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของดิสนีย์ไปเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา หลังบริหารงานมาถึง 2 วาระ (ปี 2548-2563 และกลับมาเป็นอีกครั้งปี 2565-2569) โดยปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษาอาวุโสของดิสนีย์ไปจนถึงสิ้นปีนี้
ไอเกอร์มีความคุ้นเคยกับการบริหารสโมสรกีฬาเป็นอย่างดี โดยในปี 2567 เขาและ วิลโลว์ เบย์ ภรรยา ได้เข้าซื้อหุ้นใหญ่ในสโมสรฟุตบอลหญิง “แองเจิล ซิตี้ เอฟซี” (Angel City FC) ในลีกฟุตบอลหญิงอาชีพของสหรัฐฯ (NWSL) ซึ่งในขณะนั้นทำให้สโมสรมีมูลค่าสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างสถิติสโมสรกีฬาหญิงที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในเวลานั้น
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





