บมจ.เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี [CHAO] ประกาศแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 มุ่งพัฒนาตลาดภายในประเทศ ควบคู่การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการผนึกกำลังพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ค้าปลีกรายใหญ่รุกตลาดจีนเต็มสูบ คาดดำเนินการเสร็จสิ้นภายในปี 69 พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรอบคอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างกำไร ชูกลยุทธ์คุมเข้มต้นทุน รับความผันผวนทางเศรษฐกิจ พร้อมขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์กลุ่ม Better-for-you รับเทรนด์สุขภาพ ขยายฐานลูกค้าด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการ มุ่งเติบโตอย่างยั่งยืน

นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHAO ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ภายใต้แบรนด์ “เจ้าสัว” เปิดเผยแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรอบคอบ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับการรับมือความผันผวนระดับโลก จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และการส่งออก
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งของตลาดในประเทศ ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ให้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทุกมิติ ผสานรวมกับกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ 360 องศา สร้างความสัมพันธ์และการรับรู้ของแบรนด์กับผู้บริโภค รวมทั้งกลยุทธ์ Product Mix ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Better-for-you) ที่มีศักยภาพเติบโตอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งขยายพอร์ตให้ครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ข้าวตัง ขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากธัญพืช และขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากเนื้อสัตว์ และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปในช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่บริษัทฯ เห็นถึงศักยภาพการเติบโต นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว บริษัทฯ มุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิต ลดของเสียในกระบวนการผลิต นำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ พร้อมทั้งใช้พลังงานทดแทน
สำหรับตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายในการเดินหน้าแสวงหาโอกาสการเติบโต เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในตลาดจีน ร่วมกับลูกค้ารายใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ควบคู่กับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติม และดำเนินกิจกรรมทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกายังมีศักยภาพเติบโตจากการขยายกลุ่มธุรกิจสินค้าภายใต้แบรนด์ลูกค้า (Private Label) และการเติบโตของยอดขายในซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย นอกจากนี้ในตลาดฮ่องกง บริษัทฯ ได้ดำเนินการเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายแล้ว คาดว่าจะช่วยผลักดันให้ผลงานของบริษัทฯ เติบโตต่อเนื่องในระยะถัดไป
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 308.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern trade) จากความสำเร็จของกิจกรรมทางการตลาดของกลุ่มข้าวตัง ทั้งการจัดแสดง และการสร้างรับรู้ของแบรนด์ รวมถึงความสำเร็จจากช่องทางออนไลน์ จากกลยุทธ์การปรับพอร์ตสินค้า การส่งเสริมการขาย ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 2/69 บริษัทฯ ต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนพลังงาน และการขนส่งที่ปรับตัวขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการลดลงของยอดขายในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกา และตลาดในประเทศในช่องทางค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional Trade) รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) เพื่อขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง เพื่อผลักดันการเติบโตในระยะยาว ทำให้บริษัทฯ มีผลการขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/69 ที่ 7.2 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 601.7 ล้านบาท ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 10.4 ล้านบาท ลดลง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน อาทิ การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ในช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผสานกับการขยายการจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปในช่องทางร้านสะดวกซื้อ เช่น น้ำพริกหนังปลากรอบ หมูหยองรสแซบ และกุนเชียงหมู เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภค และสร้างรายได้ในระยะถัดไป โดยสะท้อนจากรายได้จากการดำเนินงานโดยรวมไตรมาส 2/2569 ที่ยังคงเติบโตโดดเด่นที่ 5.2% (QoQ)
“เจ้าสัวยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในไตรมาส 2/69 บริษัทฯ จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง แต่ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างรอบคอบผ่านการควบคุมต้นทุนเชิงรุก พร้อมคาดว่าผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะเป็นไปตามแผน จากแรงหนุนของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และเทรนด์สุขภาพ” นางสาวณภัทร กล่าว





