ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.14 อ่อนค่าจากเช้า ตลาดลุ้นข้อมูลสหรัฐ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.00-33.30

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.14 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.07 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทในช่วงบ่ายปรับตัวอ่อนค่าลงมาจากช่วงเช้า แต่ระหว่างวัน เงินบาทไม่ได้เคลื่อนไหวมากนัก โดยอยู่ในกรอบ 33.05 – 33.15 บาท/ดอลลาร์

“บาทที่อ่อนค่าลงจากช่วงเช้า คาดว่าเป็นผลจากดอลลาร์ และทองคำ ซึ่งวันนี้ flow ทองคำมีความ active พอราคาทองย่อตัว ก็เลยมีการเข้าซื้อ” นายพูน ระบุ

คืนนี้ ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค. และ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เนื่องจากมีผลต่อมุมมองเงินเฟ้อ

นายพูน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00 – 33.30 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.36 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.30 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,614.36 จุด เพิ่มขึ้น 1.74 จุด (+0.11%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 77,863.95 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 762.31 ล้านบาท

– ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนก.ค.69 อยู่ที่ 51.8 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น หลังจากรัฐบาลทำโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60/40 นอกจากนี้ประชาชนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงคราม ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศทยอยปรับลดลง

– ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ได้ถือครองกองทุน ETF ทองคำที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการกลับไปลงทุนในทองคำเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่เคยเข้าซื้อทองคำจำนวน 20 ตันเมื่อปี 2556

– ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 7.2% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงเล็กน้อยจากระดับ 7.3% ในเดือนมิ.ย. ทั้งนี้ ค่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักที่ดันดัชนี PPI ในเดือนก.ค. โดยส่งผลให้ดัชนีเพิ่มขึ้น 0.23% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.

– สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลงแตะระดับ 298.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 43 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2526

– สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ (13 ส.ค.) ว่า เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขยายตัว 0.3% ในเดือนมิ.ย. ผิดไปจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะไม่ขยายตัว หลังภาคธุรกิจได้รับอานิสงส์จากการหยุดยิงชั่วคราวในสงครามอิหร่านซึ่งช่วยคลายความกดดันด้านราคาพลังงาน ประกอบกับปัจจัยบวกจากการแข่งขันฟุตบอลโลก และสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจ UK ในไตรมาสที่สองขยายตัว 0.4% และมีแนวโน้มแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด