
นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มเดินทางไปต่างประเทศลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซากดดันความเชื่อมั่นและทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น
ไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์ (China Trading Desk) บริษัทด้านข้อมูลการตลาดและการท่องเที่ยว ปรับลดคาดการณ์การเดินทางออกนอกประเทศของชาวจีนในปี 2569 ลงเกือบ 3% จากประมาณการเมื่อเดือนมิ.ย. เหลือประมาณ 179 ล้านครั้ง และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในประเทศปลายทางประมาณ 2.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ตัวเลขดังกล่าวยังสูงเป็นประวัติการณ์และมากกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 แต่การปรับลดประมาณการสะท้อนว่านักท่องเที่ยวชาวจีนยังต้องการเดินทางท่องเที่ยว เพียงแต่เลือกมากขึ้นและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของการใช้จ่าย
ซูบรามาเนีย บัตต์ ซีอีโอของไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยังเดินทางไปต่างประเทศยังคงรักษาระดับงบประมาณการท่องเที่ยวโดยรวม แต่ลดจำนวนทริปลง โดยเลือกมากขึ้นว่าช่วงเวลาใดและการเดินทางใดคุ้มค่าที่จะไป
การเดินทางออกนอกประเทศชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจจีนที่เผชิญแรงกดดันจากวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางระยะไกล
ฮ่องกงและมาเก๊าเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ โดยครองสัดส่วนเกือบ 40% ของตลาดท่องเที่ยวขาออกของจีน และคาดว่าฮ่องกงจะมีนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 41 ล้านครั้งในปีนี้ แต่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 310 ดอลลาร์ต่อคน ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนลดลงมากกว่าครึ่งในปีนี้ เหลือประมาณ 4.1 ล้านคน หลังสายการบินจีนลดเที่ยวบินท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตเกี่ยวกับไต้หวัน
นอกจากนี้ ความนิยมของไทยลดลง ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับแก๊งหลอกลวงและความกังวลด้านความปลอดภัย ขณะที่เกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปประมาณ 7 ล้านคน และใช้จ่ายเกือบ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ย 1,815 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน
อย่างไรก็ตาม แม้มีการปรับลดคาดการณ์ แต่จำนวนการเดินทางออกนอกประเทศของชาวจีนในปีนี้ยังคงเพิ่มขึ้น 7% จากปี 2568 ขณะที่การใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,437 ดอลลาร์ต่อคน ลดลงเพียง 2 ดอลลาร์จากประมาณการเดิม
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช





