
ทางการท้องถิ่นญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ที่พัดถล่มพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศจนถึงช่วงเช้าวันนี้ (14 ส.ค.) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 8 ราย และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 4 รายในจังหวัดชิบะ โดยปริมาณน้ำฝนที่เทกระหน่ำลงมาในเวลาเพียงครึ่งวันเทียบเท่ากับปริมาณฝนตลอดทั้งเดือนส.ค. ถึง 3 เท่าตัว
รัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดชิบะระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่เมืองชิบะ, คาชิวะ, อิจิกาวะ, ซากุระ และยาจิโยะ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมีจำนวน 4 ราย
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า เมืองชิบะเผชิญปริมาณน้ำฝนสูงถึง 348 มิลลิเมตร ในช่วงเวลาเพียง 12 ชั่วโมง จนถึงเวลา 01.40 น. ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ JMA ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด เพื่อรับมือฝนตกหนักและดินโคลนถล่มในบางพื้นที่ ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4 หรือต่ำกว่าในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตือนว่าอาจมีฝนตกหนักลงมาซ้ำได้อีก จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ด้านสำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติของญี่ปุ่นระบุว่า จนถึงเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คำสั่งอพยพประชาชนยังคงมีผลครอบคลุมชาวจังหวัดชิบะประมาณ 102,600 คน ขณะเดียวกัน ผู้บริหารท่าอากาศยานนาริตะเปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักจนทำให้บริการรถไฟและรถโดยสารถูกระงับ ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างข้ามคืนภายในสนามบินประมาณ 7,000 คน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





