
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. (บอร์ด ธ.ก.ส.) มีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการตรวจสอบ ธ.ก.ส. ซึ่งมีนางวิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นประธาน เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธกส.) ยื่น 8 ข้อร้องเรียน ให้ตรวจสอบการทำงานของนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คนปัจจุบัน ภายใน 30 วัน
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานกรรมการ ธ.ก.ส. และประธานกิจการสัมพันธ์ ทำหน้าที่ในการสื่อสาร และแจ้งความคืบหน้ากับพนักงาน ธ.ก.ส. ทั้งหมด ขณะที่นายฉัตรชัย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการให้เกิดความโปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด
“เมื่อมีคนร้องเรียนมา เราก็ต้องพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง ผมยืนยันว่า ภาพใหญ่จะต้องยึดมั่นในภารกิจของ ธ.ก.ส. ในการดูแลเกษตรกร ดูแลลูกค้า และดูแลพนักงานอย่างดีที่สุด การตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจากข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วน จะทำให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสกับทุกฝ่าย และไม่อยากให้เกิดความกังวล เพราะบอร์ดมีการ Take Action ทันที และการดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นไปตามกฎระเบียบที่มี ตรงนี้เป็นกระบวนการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย โดยจะมีการตรวจสอบในทุกข้อร้องเรียนอย่างเป็นธรรม” นายเอกนิติ กล่าว โดยย้ำว่า ธ.ก.ส. มีระเบียบการใช้เงินชัดเจน แต่เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามาก็ต้องลงไปตรวจสอบอย่างละเอียด

นายเอกนิติ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบแล้วเสร็จ คณะกรรมการตรวจสอบ ธ.ก.ส. จะต้องมารายงานให้บอร์ดรับทราบภายใน 30 วัน แต่ระหว่างนี้หากมีการตรวจสอบข้อใดข้อหนึ่งเสร็จก่อน ก็จะต้องมีการสื่อสารผ่านกรรมการกิจการสัมพันธ์เพื่อแจ้งให้พนักงาน ธ.ก.ส. ทราบความคืบหน้า โดยกำชับอย่างชัดเจนว่า ต้องดำเนินการทุกขั้นตอนโดยยึดหลักองค์กร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและศรัทธาให้กับประชาชน
รองนากยรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยังกล่าวถึงความคืบหน้าข้อเสนอพิจารณาเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000-2,000 บาท สำหรับฤดูการผลิต ปี 2569/70 ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ยังไม่ได้มีการนัดประชุม ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าอาจจะมีการใช้เงินจากมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาใช้ดำเนินการในโครงการดังกล่าวนั้น ในประเด็นนี้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่า การจะใช้เงินจากมาตรา 28 ดำเนินโครงการใด ๆ จะต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการก่อน ต้องไม่นำเงินของ ธ.ก.ส.ไปแจกจ่าย ซึ่งถือเป็นการสร้างวินัยการคลัง และปกป้อง ธ.ก.ส. ให้ใช้เงินเพื่อไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่
“โครงการไร่ละ 1,000 บาทนี้ หากไม่ใช้เงินจากมาตรา 28 แล้ว จะใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาทได้หรือไม่นั้น มองว่าไม่น่าจะได้ เพราะวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ กำหนดไว้ชัดเจนว่า จะต้องใช้ในการเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศเท่านั้น” นายเอกนิติ ระบุ
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





