เด็กจบใหม่ฮ่องกงแห่มูของาน ท่ามกลางตลาดแรงงานซบเซา

บัณฑิตฮ่องกงที่ตกงานและกำลังหางานทำ ต่างเดินทางไปยังวัดหมั่นโหมว (Man Mo Temple) ในย่านเชิงหว่าน เพื่อขอพรให้ได้งาน หลังวัดแห่งนี้กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์และได้รับฉายาว่า “เทพประทานงาน” และ “กรมแรงงานแห่งสวรรค์” ท่ามกลางภาวะตลาดแรงงานที่ซบเซาและสภาพเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ช่วงที่ผ่านมา วัดหมั่นโหมวได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย หลังผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งแชร์ประสบการณ์ว่าได้งานหลังจากเดินทางมาขอพรที่วัด ส่งผลให้บรรดาคนหนุ่มสาวที่กำลังหางานเดินทางมาจุดธูปและเสี่ยงเซียมซีที่วัดแห่งนี้กันอย่างต่อเนื่อง แม้อากาศในช่วงฤดูร้อนจะร้อนอบอ้าว

ผู้มาขอพรบางรายกล่าวว่า หลังจากพยายามหางานมานานหลายเดือน พวกเขาตัดสินใจหันมาพึ่งวัดแห่งนี้ โดยหวังว่าจะช่วยให้จิตใจสงบและคลายความกังวล ท่ามกลางอนาคตที่ยังไม่แน่นอน ดังเช่นบัณฑิตหญิงรายหนึ่งที่เผยว่า เธอเดินทางมาที่วัดแล้ว 4 ครั้ง พร้อมเสริมว่า เธอไม่ใช่คนงมงาย แต่เนื่องจากหางานมานานหลายเดือนแล้ว จึงต้องการที่พึ่งทางจิตใจเพื่อลดความกังวล โดยเพื่อนร่วมชั้นอีก 3-4 คนก็เคยมาขอพรเรื่องงานเช่นกัน

ขณะที่บัณฑิตอีกรายชื่อ เฮเลน กล่าวว่า เธอไม่ได้นับถือศาสนาใดเป็นพิเศษ แต่เริ่มสนใจวัดแห่งนี้หลังเห็นโพสต์เกี่ยวกับวัดแห่งนี้ซ้ำ ๆ บนโซเชียลมีเดีย เธอเล่าว่าพ่อของเพื่อนคนหนึ่งเคยว่างงานเกือบหนึ่งปี ก่อนจะได้งานใหม่ภายในสองเดือนหลังจากเดินทางมาไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้ ทำให้เธอตัดสินใจลองมาด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เฮเลนมองว่า วัดแห่งนี้เริ่มมีลักษณะเชิงพาณิชย์มากเกินไป โดยเฉพาะเครื่องราง “Offer God” ที่มักจะหมดอยู่เสมอ ซึ่งเธอเปรียบว่าเหมือนกับการกดตั๋วคอนเสิร์ต

นอกจากกลุ่มเด็กจบใหม่แล้ว วัดแห่งนี้ยังดึงดูดกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนงานใหม่เช่นกัน โดยเคลวินเล่าว่า เขาเดินทางมาเพื่อขอพรให้ได้งานใหม่ และประหลาดใจอย่างมากที่ปัจจุบันวัดแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับการขอพรเรื่องงานไปแล้ว

หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ The Standard ของฮ่องกงรายงานว่า กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่จำนวนตำแหน่งงานประจำที่เหมาะสมสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยลดลงอย่างมาก โดยข้อมูลจากระบบสารสนเทศด้านการหางานของสถาบันอุดมศึกษาระบุว่า ตำแหน่งงานลักษณะดังกล่าวลดลงจากประมาณ 80,000 ตำแหน่งในปี 2565 เหลือเพียงประมาณ 31,000 ตำแหน่งในปี 2568 หรือลดลงมากกว่า 60%

หว่อง ม่านชุน เจ้าหน้าที่จากเครือข่ายการจ้างงานเยาวชน สหพันธ์กลุ่มเยาวชนฮ่องกง เปิดเผยว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีบัณฑิตเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องการหางานเพิ่มขึ้น และจากการประสานงานกับสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งพบว่า บัณฑิตที่จบการศึกษาตั้งแต่ปีที่แล้วบางส่วนยังคงว่างงานอยู่จนถึงปัจจุบัน

เขากล่าวว่า บริษัทต่าง ๆ ลดจำนวนตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสายงานด้านการออกแบบ การแปลภาษา และการวิเคราะห์ข้อมูล

หว่องยังเตือนด้วยว่า การว่างงานเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความมั่นใจของเด็กจบใหม่ โดยผู้ที่ว่างงานต่อเนื่องนาน 12 เดือนอาจเกิดภาวะเรียนรู้ความหมดหวัง (Learned Helplessness) จนเริ่มสงสัยในความสามารถของตัวเอง หรืออาจถึงขั้นถอดใจจากการหางานทำ

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท