
แคนาดากำลังเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกา ก่อนภาษีศุลกากร 50% รอบใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันพุธนี้ (19 ส.ค.) โดยมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมสินค้านำเข้ามูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภาคธุรกิจเตือนว่า การเรียกเก็บภาษีอาจกระทบการจ้างงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของแคนาดา
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ของแคนาดาพยายามหลีกเลี่ยงภาษี 50% สำหรับสินค้าหลากหลายประเภท หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเริ่มเรียกเก็บภาษีตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.นี้ ส่งผลให้แคนาดาเร่งหารือกับเจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
โดมินิก เลอบลอง รัฐมนตรีแคนาดาที่รับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ และเจนิซ ชาเรตต์ หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของแคนาดา ได้เพิ่มความถี่ในการหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ขณะที่เส้นตายการบังคับใช้ภาษีใกล้เข้ามา
ก่อนหน้านี้ สำนักงานของเลอบลองระบุว่า เขาจะพบปะหารือกับโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันจันทร์ (17 ส.ค.) โดยการประชุมจะจัดขึ้นที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ในเวลา 13.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ และชาเรตต์จะเข้าร่วมการประชุมด้วย
เลอบลองและชาเรตต์ยังคงอยู่ในกรุงวอชิงตันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าเจรจา ขณะที่มาตรการภาษีรอบใหม่เพิ่มความซับซ้อนให้กับการหารือเกี่ยวกับอนาคตของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ
อย่างไรก็ตาม แคนาดาและสหรัฐฯ ยังมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก โดยแหล่งข่าวที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ระบุว่า เลอบลองแจ้งต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาเมื่อวันศุกร์ว่า ทั้งสองประเทศยังห่างไกลจากการบรรลุร่างข้อตกลงการค้า แม้จะมีการพบหารือกันอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์อาศัยอำนาจตามมาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรปี 2473 เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา ซึ่งครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ไวน์ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้า คันเบ็ด อุปกรณ์ฮอกกี้ และสินค้าอื่น ๆ
มาตราดังกล่าวให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรเชิงลงโทษสูงสุด 50% กับประเทศคู่ค้าที่ถูกมองว่าปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อสินค้าของสหรัฐฯ
ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่า สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษีดังกล่าวมีมูลค่าราว 5.2% ของสินค้ามูลค่ารวม 3.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่สหรัฐฯ นำเข้าจากแคนาดาในปี 2568 โดยแคนาดาเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ รองจากเม็กซิโก
นอกจากผลกระทบต่อการค้าแล้ว ภาคธุรกิจในแคนาดายังเตือนว่า ภาษีรอบใหม่อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ทำให้รัฐบาลแคนาดาต้องเร่งหาทางออกผ่านการเจรจากับสหรัฐฯ ก่อนมาตรการจะเริ่มมีผลในวันที่ 19 ส.ค.นี้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปรียพรรณ มีสุข





