
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนผ่าน 2 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน พ.ศ. 2569 พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง
โดย ดร. ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยต่อศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วมว่า การช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายในพื้นที่โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดทำบัญชีผู้ได้รับความเสียหาย ก่อนเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) พิจารณา เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้อำนาจในการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
การช่วยเหลือในส่วนนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อาทิ ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ครัวเรือนละไม่เกิน 88,600 บาท ค่าซ่อมแซมโรงเรือนเพื่อการเกษตร ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท ค่าเช่าที่พักชั่วคราวไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาสูงสุด 2 เดือน ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพหลักที่ใช้ในการดำรงชีพ ครัวเรือนละไม่เกิน 13,500 บาท รวมถึงกรณีผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ช่วยเหลือ 5,000 บาท และกรณีได้รับบาดเจ็บจนพิการ ช่วยเหลือ 16,600 บาท
สำหรับการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นมาตรการที่ประชาชนให้ความสนใจ ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีที่อยู่อาศัยประจำหรือที่อยู่อาศัยในอาคารสูงถูกน้ำล้อม จะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท
ทั้งนี้ ปภ. และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ได้เปิดระบบให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นมา โดยทยอยเปิดระบบตามพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จึงอาจทำให้ในช่วงแรกบางพื้นที่ยังไม่สามารถลงทะเบียนได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการทยอยเปิดระบบ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบสามารถเปิดให้ลงทะเบียนได้ครบทั้ง 65 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับการช่วยเหลือ รวมถึงกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขตแล้ว
ข้อมูล ณ เวลา 08.30 น. วันนี้ มีประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมผ่านระบบ “ทางรัฐ” แล้วทั้งสิ้น 851,547 ราย โดยกรุงเทพมหานครมีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 371,775 ราย รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ 122,786 ราย จังหวัดปทุมธานี 105,525 ราย และจังหวัดฉะเชิงเทรา 34,604 ราย ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครและ ปภ. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาการช่วยเหลือตามขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว
สำหรับกรณีการลงทะเบียนซ้ำในบ้านเลขที่เดียวกัน ระบบจะใช้เลขรหัสประจำบ้านเป็นข้อมูลหลักในการตรวจสอบ หากมีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากบ้านเลขที่เดียวกันแล้ว ระบบจะแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้ว เพื่อป้องกันการลงทะเบียนซ้ำซ้อน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่เป็นเจ้าบ้านและไม่สะดวกเดินทางไปสำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือไม่สามารถใช้งานระบบออนไลน์ได้ กรุงเทพมหานครได้ประสานกับ ปภ. เพื่อจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนให้ประชาชน โดยมีจุดให้บริการภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวของกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมทั้งการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบเงินทดรองราชการ และการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี
หากประชาชนพบว่ามีการลงทะเบียนในบ้านเลขที่เดียวกันแล้ว แต่ต้องการตรวจสอบข้อมูล สามารถติดต่อสำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลการลงทะเบียนของบ้านหลังดังกล่าวได้
นอกจากนี้ จากกรณีที่มีประชาชนได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบของ ปภ. และ DGA ซ้ำเป็นจำนวนมากเมื่อคืนที่ผ่านมา ปภ. และ DGA ได้หารือและเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าเป็นการแจ้งเตือนที่ส่งไปยังผู้รับรายเดิม และไม่มีข้อมูลรั่วไหลหรือระบบของ DGA ถูกแฮ็ก ทั้งนี้ DGA ได้ระงับระบบการส่งต่อข้อมูลตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขระบบ ขณะนี้อาจยังมีข้อความบางส่วนที่ตกค้างและทยอยส่งถึงโทรศัพท์ของผู้ที่ติดตั้งแอปพลิเคชันอยู่ โดย ปภ. กรุงเทพมหานคร และ DGA อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขระบบให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมขออภัยประชาชนในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
ในช่วงท้าย นางสาวลลิดา กล่าวว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับการแจ้งเตือนเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ไม่ควรรอจนกว่าน้ำจะเข้าถึงบ้าน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ป่วย ควรเตรียมสิ่งของจำเป็นและวางแผนการเดินทางหรือการเคลื่อนย้ายไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์และแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการอัปเดตสถานการณ์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. และหากมีสถานการณ์สำคัญหรือจำเป็นต้องแจ้งเตือนก่อนกำหนด จะเร่งแจ้งให้ประชาชนทราบทันที
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร





