ช่องแคบฮอร์มุซยังระอุ เรือสินค้าโดนโจมตี หลังสิ้นสุดข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน คาดลากยาวถึงสิ้นปี

หน่วยปฏิบัติการด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยในวันนี้ (18 ส.ค.) ว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อห้องเครื่อง และส่งผลให้มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ลูกเรือที่เหลือได้รับการช่วยเหลือโดยกองกำลังป้องกันชายฝั่งโอมานแล้ว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 60 วันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงในวันจันทร์ (17 ส.ค.) โดยทั้งสองฝ่ายยังคงยึดมั่นในจุดยืนของตนเองอย่างแข็งกร้าว ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพอิหร่านได้ย้ำชัดว่า อิหร่านจะไม่ยอมถอยในประเด็นการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่า เรือลำใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะ “ถูกยิงจนตัวเรือเป็นรูพรุน”

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ทั้งสองฝ่ายจะตรึงกำลังเข้าสู่ภาวะตั้งรับและเผชิญหน้ากันยาวนานขึ้น เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมองว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องยอมอ่อนข้อให้แก่กัน โดยไม่น่าจะได้เห็นข้อตกลงสันติภาพภายในเดือนก.ย. และคาดว่าสถานการณ์น่าจะตึงเครียดลากยาวไปจนถึงปลายปี ขณะที่ผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือทั้งสองฝ่ายน่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในวงจำกัด ซึ่งจะช่วยให้การสัญจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัวได้เพียงบางส่วน

ทั้งนี้ แนวโน้มสันติภาพในตะวันออกกลางเผชิญกับอุปสรรคครั้งสำคัญ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่สนใจที่จะขยายกรอบเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. และสิ้นสุดลงในวันที่ 17 ส.ค.

โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/ปรียพรรณ มีสุข