ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันอังคาร (18 ส.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ และเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 1 เดือน เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อที่กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธว่ากำลังเจรจากับอิหร่าน
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 651.90 จุด ลดลง 4.51 จุด หรือ -0.69%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,509.36 จุด ลดลง 70.24 จุด หรือ -0.82%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,128.36 จุด ลดลง 210.25 จุด หรือ -0.80%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,728.04 จุด เพิ่มขึ้น 7.74 จุด หรือ +0.07%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อที่กลับมาเพิ่มแรงกดดัน และความวิตกเกี่ยวกับฐานะการคลังของรัฐบาลต่างๆ ซึ่งทำให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.01% สู่ระดับ 3.2610% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2554 โดยการเทขายในตลาดไม่ได้สะท้อนเพียงความคาดหวังเกี่ยวกับเงินเฟ้อเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงและค่าชดเชยความเสี่ยงสำหรับการถือพันธบัตรระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลต่างๆ ออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น ความต้องการจากกองทุนบำนาญลดลง และนักลงทุนภาคเอกชนมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น
การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากทำให้มูลค่าผลกำไรในอนาคตของบริษัทเหล่านี้ลดลงเมื่อคำนวณเป็นมูลค่าปัจจุบัน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยร่วง 2.5%
หุ้น Infineon ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปร่วงลง 7.6% ขณะที่หุ้น Aixtron ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผลิตชิปร่วงลง 8.8%
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 0.4% หลังราคาน้ำมันซื้อขายที่ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่อิหร่านส่งสัญญาณท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้น ขณะที่ทรัมป์ปฏิเสธว่ากำลังเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน
ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังคงบดบังแนวโน้มเศรษฐกิจของยุโรป ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าอย่างมากเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน ขณะที่ตลาดกำลังจับตาว่ายุโรปจะสามารถเติมก๊าซสำรองได้ในราคาที่เหมาะสมก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวหรือไม่ โดยระดับก๊าซสำรองในปัจจุบันและต้นทุนยังคงเป็นแหล่งความไม่แน่นอนที่สำคัญ
นอกจากนี้ ตลาดยังรอการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประจำเดือนก.ค. ในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ZEW เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันอังคารว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนเยอรมนีปรับตัวขึ้นมากกว่าที่คาดสู่ระดับ 34.2 จุดในเดือนส.ค.
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Huber+Suhner ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อด้านออปติคัล ร่วงลง 11.4% หลังบริษัทเปิดเผยผลกำไรหลักและคำสั่งซื้อจากธุรกิจสื่อสารที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้หุ้นมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2562
หุ้น H&M ปรับตัวขึ้น 4.1% และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังผู้บริหารรายหนึ่งเปิดเผยว่าได้ซื้อหุ้นของบริษัทจำนวน 8,000 หุ้น
หุ้น Coloplast เพิ่มขึ้น 3% หลังผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายนี้เปิดเผยว่า คาดว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์รักษาบาดแผล Kerecis จะกลับมาเติบโตตั้งแต่เดือนม.ค. 2570 ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์โดยรวมเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.2%
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





