นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวางตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ รับแรงกดดันจากความกังวลสถาการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับตัวขึ้น และทำให้กังวลเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ส่งผล Bond Yield ปรับขึ้นต่อเนื่อง ประกอบ Sentiment แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกดดัน พร้อมให้แนวต้าน 1,630 จุด แนวรับ 1,610 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม, IAA กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ [SET.X] คาดว่าแกว่งตัวลง ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ จากความกังวลของเงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ปัจจัยความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ และราคาน้ำมันดิบกลับตัวปรับเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง
โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้น อีกทั้งยังมี Sentiment กดดันจากแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน ทำให้เป็นปัจจัยที่เข้ามากดดันดัชนีในวันนี้
โดยให้แนวต้าน 1,630 จุด แนวรับ 1,610 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (18 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,343.40 จุด ลดลง 116.38 จุด หรือ -0.22% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,691.76 จุด ลดลง 53.30 จุด หรือ -0.69% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,289.71 จุด ลดลง 355.20 จุด หรือ -1.33%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 66,812.27 จุด ลดลง 648.46 จุด หรือ -0.96% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,346.90 จุด ลดลง 124.25 จุด หรือ -0.49% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,952.12 จุด ลดลง 38.18 จุด หรือ -0.95% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 5.89%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (18 ส.ค. ) 1,621.62 จุด ลดลง 4.82 จุด (-0.30%) มูลค่าซื้อขาย 83,308.95 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (18 ส.ค.) 188.97 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. (18 ส.ค.)
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (18 ส.ค.) อยู่ที่ 23.90 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.11 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่า ต่างชาติเทขายพันธบัตร หลังตอ.กลางยังไม่คืบ
– อิหร่านประกาศปรับท่าทีทางทหารเต็มรูปแบบ พร้อมรับมือการยกระดับความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าความพยายามการทูตล้มเหลว เตหะรานจะโจมตีรวมถึงทำลายการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐอย่างตรงเวลา และแม่นยำหลังสหรัฐฯปัดต่ออายุข้อตกลงหยุดยิง
– “อนุทิน-เอกนิติ” ประสานเสียงไม่พอใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โตแค่ 2.2% หลังสภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์ นายกฯ ย้ำพอใจผลงานรองนายกฯ เศรษฐกิจ “คลัง” กางตัวเลขไตรมาส 2 ผลจากเผชิญวิกฤติ 3 ระลอก ชูนโยบาย 3 ประสาน ประคอง-เปลี่ยนผ่าน-ลงทุน เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด พร้อมดึงการลงทุนจากออสเตรเลีย
– กสิกรไทย คงเป้า GDP ปี 2569 โต 2% แม้ Q2 ขยายตัว 1.9% แต่แรงส่งอ่อน เหตุโตจากสินค้าคงคลัง ห่วงครึ่งปีหลังชะลอ จับตานโยบายการค้าสหรัฐฯ และปม Transshipment คาดกระทบชัดปี 2570
– “สิริพงศ์” สั่งเร่งเบิกจ่ายงบคมนาคม กำชับหน่วยงานเร่งรัดวงเงินคงค้างกว่า 1.28 หมื่นล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. จี้เดินหน้าโครงการลงทุน-รัฐวิสาหกิจ ดันเม็ดเงินภาครัฐเข้าสู่ระบบตามเป้าหมาย
– ธปท.ชี้หนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ทรงตัว สวนทาง “หนี้เสียรายใหม่” และ “ธุรกิจรายใหญ่” เพิ่มต่อเนื่อง สะท้อนธุรกิจเปราะบางขึ้นจากต้นทุนสูง กำลังซื้อซบ แข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะอสังหาฯ ก่อสร้าง โรงแรม “เอสเอ็มอี” สินเชื่อติดลบ 16 ไตรมาส รับคลิกซ์ปรับโมเดลปล่อยกู้ ดึงข้อมูลเครดิตบูโรช่วย หลังพบกระแสเบี้ยวหนี้ เชื่อเป็นบทเรียนผู้ให้บริการอีก 2 รายตื่นตัว พร้อมหาข้อมูลอื่นๆ ช่วยกรองลูกหนี้ ยันขอไลเซนส์อีก 2 รายตามแผนเดิม “บลูมเบิร์ก” จับตา 10 บริษัทเอเชียครึ่งปีหลัง “กสิกรไทย” ติดโผกลุ่มเสี่ยง
– ปลัดดีอี สั่งการให้ทบทวนร่างพ.ร.บ.กิจการอวกาศ และร่างแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ (66-80) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบันของประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ ด้าน อาทิ ด้านเทคโนโลยี ด้านปัจจัยการผลิต ด้านการลงทุน มูลค่าทางเศรษฐกิจ และด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันที่ประชุมยังรับทราบภาพรวมการดำเนินงานด้านกิจการอวกาศของประเทศไทยในปัจจุบันมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นทั้งด้านนโยบาย กฎ ระเบียบต่างๆ เทคโนโลยีดาวเทียม การผลิตส่วนประกอบ ภารกิจด้านอวกาศเพื่อความมั่นคง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อประโยชน์ของประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศ ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์
– ทอท.รับทำหนังสือถึง สศค. หลายฉบับเสนอแนวทางขอให้กลับมาเปิดบริการดิวตี้ฟรีขาเข้า รวมบริการ Pick-up Counter รับสินค้าที่สนามบิน เพราะผู้โดยสารขอมา “ปวีณา” แจงเป็นมาตรฐานบริการของสนามบินและช่วยเพิ่มรายได้ให้ ทอท.พร้อมหารือ “คิง เพาเวอร์” ผู้ได้รับสิทธิเดิม
– ธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ทั้งร้านสะดวกซื้อห้างสรรพสินค้า และห้างค้าส่ง-ปลีก ไม่ว่าจะเป็นเครือ ซี.พี. เซ็นทรัล เอ็มบีเค ต่างส่งสัญญาณเดินหน้าลงทุนทั้งเปิดสาขาใหม่ รีโนเวตสาขาเดิม หวังต่อยอดอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-อีเวนต์ใหญ่ที่จะจัดขึ้นในไทยช่วงไตรมาส 3-4
*หุ้นเด่นวันนี้
– CBG (ทรีนีตี้) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 63 บาท คาดกำไรในครึ่งปีหลัง 69 จะเติบโตขึ้นจากครึ่งปีแรก จากการฟื้นตัวของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ การขยายช่องทางจัดจำหน่าย รวมถึงแนวโน้ม Gross margin ที่ดีขึ้นตามราคาต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับโรงงานในเมียนมา เริ่มต้นดำเนินงานแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสนับสนุนการเติบโตของยอดขายได้
– TIDLOR (ทิสโก้) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท ผู้บริหารยังคง มั่นใจต่อการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์ในครึ่งปีหลัง 69 และมองว่าเป้าหมายที่วางไว้ยังสามารถทำได้ และต้นทุนทางการเงิน มีโอกาสลดลงอีก 5-10 bps ในครึ่งปีหลังนี้ จากการทยอยทดแทนแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนสูงด้วยแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่า อีกทั้งการเก็บหนี้ในเดือน ก.ค. ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ขนาดวงเงินสินเชื่อและการปล่อยสินเชื่อได้ถูกปรับไปแล้วตามผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง
– BBKI (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 31.40 บาท มีมุมมองเชิงบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ โดยบริษัทคงเป้าการเติบโตปี 69 ที่ 20% จบกปีก่อน โดยคาดแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลัง 69 ยังคงแข็งแกร่ง โดย Backlog ทาสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.1 พันล้านบาท ในไตรมาส 2/69 หนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของภาคเอกชนและโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Al โดยคาดว่า Backlog จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในครึ่งปีหลังนี้ ขณะที่ดิล M&A คาดว่าจะปิดได้ หากเป็นไปตามแผนในช่วงต้นปี 70
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน





