PHAT เปิดเทรดวันแรก 1.84 บาท ลดลง 0.16 บาท หรือ ลดลง 8% จากราคา IPO ที่ 2.00 บาท
บมจ.กลุ่มภัทร [PHAT] ดำเนินธุรกิจโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และเมล็ดในปาล์ม (PK) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน และเคมีภัณฑ์ พร้อมจำหน่ายผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต เช่น กะลาปาล์ม เส้นใยปาล์ม และทะลายปาล์มเปล่า สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและวัสดุทางการเกษตร โดยมี บริษัท ออฟท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน จำนวนหุ้นที่ IPO 118.86 ล้านหุ้น จำนวนหุ้นหลังเพิ่มทุน 471.43 ล้านหุ้น ราคา IPO 2.00 บาท ราคา PAR 0.50 บาท วันที่เริ่มซื้อขาย: 20 ส.ค. 2569
บล.ทิสโก้ ระบุว่า จากการระดมทุนครั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะเพิ่มสัดส่วน CPO ที่ผลิตเองและบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นตัวแปรที่กำหนดกำไรของธุรกิจนี้โดยตรง โดยการเริ่มส่งออก CPO ไปอินเดียตั้งแต่ ไตรมาส 3/68 หนุนรายได้ปี 2568 โต 46% เป็น 2,377 ล้านบาท ขณะที่การขยายกำลังการผลิตจาก 60 เป็น 90 ตัน/ชม. จะทยอยรับรู้ผลตั้งแต่ 2H2569
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มีอัตรากำไรบางโดยธรรมชาติ เนื่องจากต้นทุนผลปาล์มสดคิดเป็นราว 79.4% ของต้นทุนขาย สะท้อนชัดใน ไตรมาส 1/69 ที่รายได้ 785 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเหลือเพียง 3.47 ล้านบาท หรือ 0.44% จากสัดส่วน CPO ที่ซื้อมาขายไปซึ่งมาร์จิ้นบาง อีกทั้งบริษัทยังเล็กกว่าคู่แข่งในพื้นที่เดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ (UVAN 355 ตัน/ชม. SMO 240 ตัน/ชม.) จึงมีอำนาจต่อรองรับซื้อวัตถุดิบจำกัดกว่า
ความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของราคา CPO และผลปาล์มสด ,การกระจุกตัวของลูกค้ารายใหญ่ 5 รายแรกที่ 84.5% ของรายได้ ,มาตรการภาครัฐ ทั้งการตรึงราคาและการขออนุญาตก่อนส่งออก และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
จากการประเมินมูลค่าเบื้องต้นด้วย PER ย้อนหลัง 1 ปี ของคู่แข่งในตลาดที่ 8.72x เท่า มองว่ามูลค่าเหมาะสมสำหรับ FY2569F ของบริษัท ณ ราคา IPO มีความเหมาะสมแล้ว
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





