
บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ (20 ส.ค.) นำการฟื้นตัวในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมายสำคัญเพื่อวางกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรเป็น 2 เท่า ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงอย่างมาก
ณ เวลา 13.06 น.ตามเวลาประเทศไทย บิตคอยน์ [BTC.X] พุ่งขึ้น 7.9% สู่ระดับ 69,387.70 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ขึ้นไปแตะระดับ 69,861.4 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ราคายังไม่สามารถทะลุระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้
อีเธอร์ [ETH.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีอันดับ 2 ของโลก พุ่งขึ้น 17% สู่ระดับ 2,244.60 ดอลลาร์ หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือนก่อนหน้านี้
แม้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีฟื้นตัวแรง แต่นักลงทุนยังคงจับตาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้น หลังทรัมป์ยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดมากขึ้นต่อรัฐบาลอิหร่าน
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดคริปโทเคอร์เรนซีคือท่าทีของทรัมป์ที่เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ระหว่างการพบปะกับผู้บริหารอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ (19 ส.ค.)
ทรัมป์เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติผ่าน Clarity Act ในรูปแบบที่เป็นธรรม โดยผู้สนับสนุนคริปโทเคอร์เรนซีมองว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะช่วยกำหนดกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ อย่างครอบคลุม
การประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเข้าร่วมหลายราย เช่น ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอของคอยน์เบส (Coinbase) และวลาด เทเนฟ ซีอีโอของโรบินฮูด (Robinhood) รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อย่างไมค์ เซลิก ประธานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) และพอล แอตกินส์ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)
อย่างไรก็ตาม Clarity Act ยังคงไม่มีความคืบหน้าในสภาคองเกรสเท่าไรนัก เนื่องจากยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับสถานะและลักษณะของคริปโทเคอร์เรนซี รวมถึงประเด็นการจ่ายผลตอบแทนจากเงินฝากในสเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งกับภาคธนาคาร โดยธนาคารต่าง ๆ กังวลว่าการจ่ายผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์อาจกระทบต่อบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน การประชุมเมื่อวันพุธเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเพิ่มการตรวจสอบเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ทรัมป์และธุรกิจของครอบครัวได้รับจากการสนับสนุนกฎระเบียบที่เป็นมิตรต่อคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขา โดยเอกสารที่ยื่นเมื่อเดือนก.ค.ระบุว่า ทรัมป์ได้รับเงินมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์จากธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีของครอบครัว
ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) มีกำหนดพบกับผู้บริหารในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลเพิ่มเติม
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท





