สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) หลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า โครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอาจมีมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงระยะยาว (Long-term Real Rates) จะปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 26.10 ดอลลาร์ หรือ 0.57% ปิดที่ 4,571.40 ดอลลาร์/ออนซ์
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า โครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอาจมีมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ที่ประกาศไว้ พร้อมกับกล่าวว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศว่าจะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยจะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน
ไท หว่อง นักค้าโลหะมีค่าอิสระกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงระยะยาวจะปรับตัวลดลง
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) นั้น ล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 67.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้
นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley กล่าวว่า จากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย ราคาทองคำจึงมีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในปี 2570 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น แต่ในขณะเดียวกันตลาดก็อาจมีความผันผวนได้เช่นกัน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





