
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. โดยได้แรงหนุนจากความพยายามของทำเนียบขาวและผู้นำในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในการผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act ให้ผ่านการพิจารณาภายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
บิตคอยน์ [BTC.X] พุ่งขึ้นมากกว่า 5% ในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) แตะระดับเกือบ 72,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ส่งผลให้ราคาเพิ่มขึ้นรวมกว่า 11% ในช่วง 2 วัน หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แรงซื้อยังส่งต่อไปยังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี โดยหุ้น Coinbase และ Circle เพิ่มขึ้นราว 6% ขณะที่ Strategy พุ่งขึ้นมากกว่า 9% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันพฤหัสบดี ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันก่อนหน้า
ปัจจัยที่ช่วยจุดประกายการฟื้นตัวเริ่มขึ้นเมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดลง และกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อคริปโทเคอร์เรนซีในวงกว้าง
จากนั้นตลาดได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการบังคับปิดสถานะขายชอร์ตครั้งใหญ่ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า สถานะขายชอร์ตในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีถูกบังคับปิดสถานะคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในวันเดียวกัน ทำเนียบขาวจัดการประชุมฉุกเฉินกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งรวมถึง Coinbase, Kraken, Robinhood, Ripple และ ChainLink โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านร่างกฎหมายกำกับโครงสร้างตลาดคริปโทเคอร์เรนซี หรือ Clarity Act ในรูปแบบที่เป็นธรรมก่อนสิ้นปีนี้
การประชุมดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าในวันพฤหัสบดี
ทรัมป์ระบุว่าสภาคองเกรสจำเป็นต้องดำเนินการขั้นต่อไปด้วยการผ่าน Clarity Act ในรูปแบบที่เป็นธรรม โดยมองว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ รักษาความเป็นผู้นำเหนือจีนและประเทศอื่น ๆ รวมทั้งเปิดทางให้เกิดนวัตกรรมและผู้สร้างนวัตกรรมระลอกใหม่
อย่างไรก็ตาม คำเรียกร้องของทรัมป์ให้ผ่านร่างกฎหมายในรูปแบบที่เป็นธรรมสะท้อนถึงประเด็นที่ยังมีความเห็นต่างกับพรรคเดโมแครต โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้มีข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่น ๆ ได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากคริปโทเคอร์เรนซี ขณะที่พรรครีพับลิกันคัดค้านข้อกำหนดที่มองว่ามุ่งเป้าไปยังบุคคลบางกลุ่มมากเกินไปหรือมีข้อจำกัดมากเกินควร
ตลาดมองว่า Clarity Act เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยให้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีหลุดพ้นจากภาวะซบเซาที่เริ่มขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้นักลงทุนเริ่มมองว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจไม่สามารถผ่านได้ภายในปี 2569 หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ปิดสมัยประชุมในเดือนส.ค.โดยไม่มีการลงมติ ขณะที่การเจรจายังคงติดขัดจากประเด็นข้อกำหนดด้านจริยธรรมและความแตกต่างอื่น ๆ ระหว่างพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครต
หากร่างกฎหมายไม่สามารถผ่านขั้นตอนสำคัญได้ ซึ่งรวมถึงการลงมติเชิงกระบวนการครั้งแรกของวุฒิสภาในวันที่ 15 ก.ย. ก็อาจทำให้ร่างกฎหมายหมดโอกาสผ่านภายในปีนี้ เนื่องจากประเด็นอื่น ๆ จะเข้ามาแย่งความสนใจของฝ่ายนิติบัญญัติก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
แม้ราคาจะฟื้นตัวอย่างมาก แต่บิตคอยน์ยังคงซื้อขายต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนต.ค. 2568 ประมาณ 43% โดยในขณะนั้นราคาเคยพุ่งขึ้นไปแตะประมาณ 126,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปรียพรรณ มีสุข





