
มาเลเซียกำลังเผชิญสถานการณ์ไข้เลือดออกที่น่าเป็นห่วง หลังจำนวนผู้ป่วยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 56.2% ในปี 2569 โดยมีผู้ติดเชื้อแล้ว 58,079 ราย และเสียชีวิต 55 ราย ณ วันที่ 15 ส.ค.
กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียระบุในแถลงการณ์ในวันนี้ (21 ส.ค.) ว่า ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับสูง โดยในขณะนี้เริ่มพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในหลายรัฐ ทำให้สถานการณ์ทั่วประเทศยังน่ากังวล
ในช่วงแรก การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่หุบเขากลัง (Klang Valley) โดยเฉพาะรัฐสลังงอร์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองปุตราจายา โดยกระทรวงฯ ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มข้นและตรงเป้าหมาย ซึ่งรวมถึงการตรวจพบผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การควบคุมพาหะนำโรค การจัดการพื้นที่เกิดการระบาด และการระดมบุคลากร ส่งผลให้สถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของกระทรวงฯ พบว่า หลายพื้นที่ยังมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยรัฐปะลิสมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดถึง 207% จาก 55 รายในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-15 ส.ค. 2568 เป็น 169 รายในช่วงเดียวกันของปี 2569
รัฐยะโฮร์มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จาก 4,140 ราย เป็น 8,639 ราย หรือเพิ่มขึ้น 109% ขณะที่กรุงกัวลาลัมเปอร์และปุตราจายามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 106% จาก 5,013 รายเป็น 10,316 ราย
รัฐสลังงอร์ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในประเทศ โดยพบ 25,090 ราย เพิ่มขึ้น 61% จาก 15,610 ราย ขณะที่รัฐซาบาห์มีผู้ป่วย 3,753 ราย เพิ่มขึ้น 34% จาก 2,806 ราย
ในทางกลับกัน มีเพียงรัฐปีนัง มะละกา และเกดะห์ที่พบจำนวนผู้ป่วยลดลง โดยลดลง 26%, 36% และ 60% ตามลำดับ
กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียระบุว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายประการ รวมถึงสภาพอากาศและน้ำที่ขังอยู่ภายในหรือบริเวณโดยรอบที่พักอาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่พันธุ์ของยุงลาย
ข้อมูลของกระทรวงฯ ระบุว่า มากกว่า 70% ของแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายยังคงพบในพื้นที่พักอาศัย จึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้บริหารสถานที่ ชุมชน และประชาชน ร่วมกันดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบให้ปราศจากแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปรียพรรณ มีสุข





