
สำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (Financial Supervisory Service – FSS) ของเกาหลีใต้เปิดเผยวันนี้ (24 ส.ค.) ว่า กำไรสุทธิรวมของธนาคารในเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงในครึ่งแรกของปี เนื่องจากผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ได้หักล้างรายได้ดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
รายงานระบุว่า กำไรสุทธิของธนาคารในประเทศในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. อยู่ที่ 13.8 ล้านล้านวอน (1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
รายได้จากดอกเบี้ยของธนาคารเพิ่มขึ้น 8.3% แตะระดับสูงสุดในครึ่งปีแรกที่ 32.2 ล้านล้านวอน โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่สูงขึ้น และปริมาณสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยที่ขยายตัวขึ้น
NIM เพิ่มขึ้น 0.04 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 1.56% ในช่วงครึ่งปีแรกเมื่อเทียบรายปี ขณะที่สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยขยายตัว 6.4% สู่ระดับ 3,628.1 ล้านล้านวอน
รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 43.4% สู่ระดับ 2.9 ล้านล้านวอน เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์พลิกกลับมาติดลบ ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.75% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเป็นครั้งแรกในรอบประมาณสามปีครึ่ง หรือนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2566
ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 8.6% สู่ระดับ 3.5 ล้านล้านวอนในช่วงเวลาดังกล่าว
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ของธนาคารในประเทศ ซึ่งเป็นตัววัดความสามารถในการทำกำไรที่สำคัญ ลดลง 0.10 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 0.65% และอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลง 1.15 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 8.89%
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





