ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 451,742 ลบ.

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้ (17 – 21 ส.ค. 69)สัปดาห์ก่อนหน้า (10 – 14 ส.ค. 69)เปลี่ยนแปลง (%)สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 21 ส.ค. 69)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท)451,742.26380,198.61+18.82%15,177,538.45
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)90,348.4595,049.65–4.95%99,199.60
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)106.86107.01–0.14%
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index)108.76108.88–0.11%

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%

ช่วงอายุของตราสารหนี้1 เดือน6 เดือน1 ปี3 ปี5 ปี10 ปี15 ปี30 ปี
สัปดาห์นี้ (21 ส.ค. 69)0.890.940.981.311.612.142.653.18
สัปดาห์ก่อนหน้า (14 ส.ค. 69)0.860.890.951.281.582.082.633.16
เปลี่ยนแปลง (basis point)35333622

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (17 – 21 สิงหาคม 2569)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 451,742 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,348 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 19% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 58% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 262,061 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 151,594 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 24,301 ล้านบาท หรือคิดเป็น 34% และ 5% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB313A (อายุ 4.6 ปี) LB463A (อายุ 19.6 ปี) และ LB27NA (อายุ 1.2 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 18,548 ล้านบาท 11,089 ล้านบาท และ 9,737 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) รุ่น HMPRO287A (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 1,658 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รุ่น CPALL316A (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 1,511 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) รุ่น PTTEP295A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 932 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2-6 bps. ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ด้านปัจจัยในประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% สูงกว่าจากตลาดคาดไว้ที่ 1.7% ชะลอตัวลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวได้ในกรอบ 2.0-2.5% ขณะที่กระทรวงการคลังดำเนินธุรกรรมแลกเปลี่ยนพันธบัตรบนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Bswitching) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่19 สิงหาคม 2569 ครบวงเงิน 25,000 ล้านบาท รุ่นพันธบัตรรัฐบาลที่จะนำมาแลกเปลี่ยน (Source Bond) คือ LB276A และพันธบัตรรัฐบาลรุ่นที่จะแลกเปลี่ยน (Destination Bond) จำนวน 6 รุ่น ได้แก่ LB313A, LB365A, LB463A, LBA506A, LB556A, และ LB776A ด้านปัจจัยต่างประเทศ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็น อย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน – 4 พฤศจิกายน 2569ขณะที่รายงานนักลงทุนต่างชาติลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ 9.299 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 9.371 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.

สัปดาห์ที่ผ่านมา (17 – 21 สิงหาคม 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 3,922 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 7 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 1,419 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 2,511 ล้านบาท

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565