ประธานรัฐสภาอิหร่านออกโรงเตือนประเทศกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจรุนแรง

นายกาลีบาฟกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างการประชุมร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์ชาวอิหร่านและอิรักที่กรุงแบกแดด

ทั้งนี้ นายกาลีบาฟเตือนว่า “ไม่ว่ากำลังทางทหารของเราจะแข็งแกร่งเพียงใด หากเรากำลังหิวโหย เราก็จะไม่สามารถอยู่รอดต่อไปได้”

คำกล่าวดังกล่าวถือเป็นการยอมรับจากภายในกลุ่มผู้นำอิหร่านเองว่า วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศอาจกำลังคุกคามความสามารถของรัฐบาลในการรักษาความมั่นคงของชาติและเสถียรภาพทางการเมือง

นายกาลีบัฟกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถแยกกำลังทางทหารออกจากความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ โดยเปรียบเทียบว่า ความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นเหมือน “ปีกสองข้าง” ที่ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน

เขากล่าวว่า หากไม่มีความมั่นคง นักลงทุนก็จะไม่กล้านำเงินทุนเข้ามาลงทุน และในทางกลับกัน หากไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่มีการผลิตภายในประเทศ และประชาชนทั่วไปมีรายได้ไม่เพียงพอ รัฐบาลก็ไม่สามารถรักษาความมั่นคงไว้ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก หลังจากที่ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ความขัดแย้งในภูมิภาค และค่าใช้จ่ายมหาศาลของรัฐบาลในการสนับสนุนกองทัพและพันธมิตรในภูมิภาคตลอดหลายปีที่ผ่านมา

มีรายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของอิหร่านอยู่ที่ประมาณ 90%, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หดตัวลงอย่างรุนแรง, มีการสูญเสียตำแหน่งงานมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง และการส่งออกน้ำมันในปัจจุบันลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ เนื่องจากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ

ขณะเดียวกัน อิหร่านยังคงทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการผลิตขีปนาวุธพิสัยไกล โดรน และอาวุธประเภทอื่น ๆ รวมทั้งยังคงให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธและพันธมิตรต่าง ๆ ทั่วตะวันออกกลาง

คำกล่าวของนายกาลีบาฟสะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำอิหร่านกำลังมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า ขีดความสามารถทางทหารอาจไม่สามารถช่วยปกป้องประเทศจากความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่กำลังเพิ่มขึ้นภายในประเทศ

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ